skip to Main Content

ปัจจัยที่ 1

จุดเริ่มแห่งสุขภาพองค์รวม

เพราะเราต่างก่อร่างสร้างตนจาก “เซลล์”

เซลล์ คือหน่วยเล็กที่สุด ที่ควบคุมทั้งชีวิต นับจากวันแรกของการปฏิสนธิ เซลล์สมองขยายโครงข่าย อย่างรวดเร็ว 25,000 เซลล์ต่อนาที และเพิ่มเป็น 1 ล้านเซลล์ใหม่ต่อนาทีก่อนคลอดร่างกายเรามีเซลล์อยู่มากมาย รับบทบาทต่างกันไป เซลล์กล้ามเนื้อหัวใจ เซลล์ตับอ่อน เซลล์เม็ดเลือด เซลล์กระดูก ฯลฯ

CELLULAR
REGENERATION
MATRIX

หรือ องค์ประกอบของการมีคุณภาพของเซลล์ที่เยี่ยมยอด

เซลล์ในร่างกาย มีการเกิดใหม่และตาย เป็นวงจรธรรมชาติซึ่งความสามารถนี้มีมาตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดาจนกระทั่งเติบโต ในวัยเด็ก การฟื้นฟูเซลล์ของเราเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อบาดเจ็บ เป็นแผล ป่วยไข้ ร่างกายจะซ่อมแซมคืนสู่สภาวะปกติได้อย่างมหัศจรรย์ในเวลาอันรวดเร็ว นั่นเป็นเพราะเซลล์ของเรายังมี องค์ประกอบของการมีคุณภาพของเซลล์ที่เยี่ยมยอด ( C.R.M™ ) แต่เมื่อโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ ความสามารถนี้จะค่อยๆลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหลังอายุ 25 ปี และจะเสื่อมถอยไปเรื่อยๆเมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุนั่นเป็นเพราะคุณภาพ และปริมาณของ C.R.M™ ที่แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

7 ปัจจัย

ที่เป็นองค์ประกอบแห่ง C.R.M TM

1.
GENETIC

พันธุกรรม ส่งผลต่อการทำงาน และประสิทธิภาพของเซลล์ที่แตกต่าง เซลล์มนุษย์ ประกอบไปด้วย โครโมโซม 23 คู่ที่มีจำนวนของ DNA คู่เบสรวมกันราว 6 พันล้านคู่เบสและมียีนที่ควบคุมการสร้างโปรตีนราว 20,000 – 25,000 ยีน ซึ่งความแตกต่างแม้เพียงเล็กน้อย ( 0.1% ) ก็อาจจะส่งผลถึงการสร้างโปรตีนที่เป็น ส่วนประกอบในการทำงานต่างๆ ของเซลล์ที่แตกต่างกันอย่างมากมาย เช่น เอนไซม์ สารสื่อประสาทและอื่นๆ

2.
STEM CELL
NICHE

Stem Cell Niche คือ สิ่งแวดล้อมขนาดเล็กที่อยู่ล้อมรอบ Stem Cell ( เซลล์ต้นกำเนิด ) ซึ่งจะมีส่วนในการหล่อเลี้ยง ติดต่อสื่อสารกับสเต็มเซลล์อยู่ตลอด ทำให้ Stem Cell “สงบนิ่ง” ในเวลาปกติ และ “ตื่นตัว” พร้อมผลิตเซลล์ใหม่ในเวลาที่เนื้อเยื่อส่งสัญญาณให้สร้างเซลล์ใหม่ เช่นการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อ เป็นต้น

3.
MITOCHONDRIA

ไมโตคอนเดรีย ( Mitochondria ) เป็นโครงสร้างหนึ่งที่อยู่ภายในเซลล์ของเรา มี DNA เป็น ของตัวเอง จึงสามารถสังเคราะห์โปรตีนได้ด้วยตัวเอง หน้าที่หลักของไมโตคอนเดรียก็คือการสร้าง พลังงานให้กับเซลล์ นอกจากนี้ยังมีหน้าที่ในการปรับสมดุลของแคลเซียมภายในเซลล์ ควบคุมเมตาบอลิซึมภายในเซลล์ รวมไปถึงการเกี่ยวข้องกับการตายของเซลล์ ( Apoptosis or Programmed Cell Death )

4.
TELOMERE
WEALTH BLEND

Telomere คือปลอกที่หุ้มและปกป้องบริเวณปลายสองด้านของ DNA ของเรา ทำให้ DNA ไม่เสียสภาพ ทุกๆครั้งที่เกิดการแบ่งเซลล์ Telomere จะหดสั้นลง นั่นหมายถึง เมื่อเราอายุมากขึ้น ความยาวของ Telomere ก็จะค่อยๆหดสั้นลงจนถึงจุดวิกฤต ที่ไม่สามารถปกป้อง DNA ของเราได้อีกต่อไป DNA จึงเสื่อมสภาพ นำไปสู่การทำงาน ที่ผิดปกติของร่างกายจนเกิดการเจ็บป่วยได้ในที่สุด

5.
CELL PROTECTION
BLEND

เซลล์ในร่างกายของมนุษย์เราต้องเผชิญกับอนุมูลอิสระ ( Free Radicals ) ทั้ง ROS ( Reactive Oxygen Species ) และ RNS ( Reactive Nitrogen Species ) ที่เกิดขึ้นจากกระบวนการเผาผลาญของเซลล์ภายในร่างกายตามปกติและจากมลภาวะภายนอก ทั้งสารเคมี อาหาร และเมื่อเกิดการสะสมของอนุมูลอิสระมากถึงจุดหนึ่ง ก็จะเกิดภาวะ Oxidative Stress ที่อนุมูลอิสระเหล่านั้นก่อให้เกิดการทำลายโปรตีน ไขมัน และ DNA ภายในเซลล์ทุกส่วนของร่างกาย ส่งผลให้เซลล์เสื่อมสภาพ ทำงานผิดปกติและก่อโรคร้ายแรงต่างๆ เช่น โรคหลอดเลือดสมองและหัวใจตีบ โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง จนถึงขั้นเสียชีวิต

6.

HORMONAL

WEALTH BLEND

ฮอร์โมนมีความสำคัญต่อการทำงานของเซลล์ในร่างกายเป็นอย่างมาก ทั้งร่างกาย ( Physical ) และจิตใจ ( Mental ) โดยเฉพาะในผู้หญิง นอกจากฮอร์โมนตามปกติที่เรา ส่วนใหญ่คุ้นเคยแล้ว ในปีค.ศ. 1997 ยังมีการค้นพบโปรตีน ที่ทำหน้าที่เป็นทั้งเอนไซม์และฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่า Klotho ค้นพบโดย Kuro-o และคณะ Klotho มีผลกับความชรา ( Aging ) ความเสื่อมของหลอดเลือด ( Atherosclerosis ) กระดูกบาง ( Osteoporosis ) และ ผิวหนังเหี่ยวย่น ( Skin Wrinkle ) ที่พบเป็นปกติในผู้ป่วยจากภาวะไตวายเรื้อรัง ( Chronic Renal Failure ) นอกจากนี้ยังพบว่าการให้ Klotho มากกว่าปกติ ทำให้หนูทดลองมีอายุ ยืนยาวกว่าหนูทั่วไปราว 19 – 31 %

7.
ANTICARCINOGENIC
WEALTH BLEND

ตั้งแต่ปฏิสนธิ จวบวาระสุดท้าย … “เซลล์”
หน่วยเล็กที่สุดในร่างกายไม่เคยหยุดทำงาน
เราทุกคนประกอบด้วยเซลล์มากกว่า ห้าหมื่นล้านหน่วยที่ล้วนมีบทบาทแตกต่าง อายุขัยไม่เท่ากัน ความเสื่อมและการซ่อมสร้าง แบ่งตัวใหม่ จึงต้องสัมพันธ์กัน เป็นกระบวนการ apoptosis ที่สมดุล แต่หากเกิดความผิดปกติในการสร้างเซลล์ใหม่มากผิดปกติ จะเกิดสภาวะที่เรียกว่า เนื้องอก (Tumor) ซึ่งถ้าเนื้องอกนั้นจำกัดเฉพาะที่ มีอัตราการแบ่งตัวช้า ก็จะเป็นเนื้องอกชนิดธรรมดา (Benign tumor) แต่ถ้าเนื้องอกนั้น มีการแบ่งตัวอย่างรวดเร็ว และกระจายไปยังส่วนต่างๆของร่างกายได้ เราก็จะเรียกเนื้องอกนั้นว่า เนื้อร้าย (Malignant tumor) หรือมะเร็ง (Cancer)

Back To Top