skip to Main Content

A. ที่มาที่ไปคืออะไร?

เพราะอะไรถึงมีผลอย่างนั้นเกิดขึ้น
(Why What)

วัยผู้ใหญ่

1. พันธุกรรม

ปัจจัยที่ส่งผลต่อสภาพร่างกายที่เราไม่สามารถดูแลรักษาได้ภายหลังจากเกิดมาแล้วก็คือเชื้อสายเผ่าพันธุ์ ที่สืบทอดจากบรรพบุรุษที่เรียกว่า พันธุกรรม สำหรับผู้ใหญ่ที่มีพันธุกรรมที่ดีแล้ว ถือได้ว่ามีรากฐานทางสุขภาพร่างกายที่ดี แข็งแรงและเจริญเติบโต ไปอย่างปกติตามช่วงวัย เจ็บป่วยยาก หายจากอาการป่วยได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งจะเห็นได้ว่าเด็ก ๆ ส่วนใหญ่ ล้วนแต่มีพลังอย่างเหลือเฟือในทุก ๆ เช้าที่ตื่นขึ้นมาเพื่อพบเจอกับประสบการณ์ใหม่ ๆ ในโลกกว้างแห่งนี้ ด้วยเหตุนี้เองลักษณะทางพันธุกรรมจึงล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลกระทบต่อพัฒนา การของผู้ใหญ่ที่จะแตกต่างกันออกไปตามเชื้อสายเผ่าพันธุ์ที่ได้รับมาจากบิดามารดา

2. สเต็มเซลล์

สเต็มเซลล์ (Stem Cell Niche) เป็นเซลล์ที่ทำหน้าที่สร้างเซลล์ใหม่ขึ้นมาเพื่อทดแทนเซลล์เก่าเดิมที่อาจเกิดเสียหาย การมี Stem Cell Niche ที่ดีในวัยผู้ใหญ่จะช่วยให้อวัยวะในร่างกายที่สำคัญ อาทิ การเต้นของหัวใจ การคิดสิ่งต่าง ๆในสมอง หรือแม้แต่การกรองเลือดในไต การสร้างเซลล์ทดแทนผิวหนังที่เซลล์เก่าหลุดลอกออกสามารถทำงานได้ดี หากแต่เมื่ออายุของร่างกายล่วงเลยเข้าสู่วัยผู้ใหญ่หลัง 25 ปี แล้ว ประสิทธิภาพการทำงานของ Stem Cell Niche จะค่อย ๆ ลดลงกว่าในวัยเด็ก แต่สำหรับผู้ใหญ่ที่มีต้นทุนในส่วนของ Stem Cell Niche ที่ดีมาแต่แรก เช่น Growth Factors โดยเฉพาะ Fibroblast Growth factors (FGF) ก็ยังส่งผลให้เมื่อมีแผลก็หายเร็ว ผิวเนียนนุ่ม ไม่มีรอยด่างดำทิ้งไว้ กล้ามเนื้อ และอวัยวะต่าง ๆ ทำงาน และซ่อมแซมพื้นฟูตัวเองได้ดี มีพลังกายและใจในระดับที่สูง เมื่อเทียบกับคนในวัยเดียวกันที่มีปัจจัยนี้ในระดับทั่ว ๆ ไป นั่นเอง

3. ไมโทคอนเดรีย

เมื่อมีเครื่องจักรผลิตเซลล์อย่างสเต็มเซลล์แล้ว ต่อไปก็คือตัวให้พลังงานกับเซลล์นั่นก็คือไมโทคอนเดรีย (Mitochondria Blend) ซึ่งประกอบไปด้วยโปรตีนและไขมัน ทั้งนี้ในร่างกายมนุษย์จะมีไมโทคอนเดรียมากที่สุดที่กล้ามเนื้อบริเวณหัวใจ โดยการมีไมโทคอนเดรียที่ดีย่อมส่งผลให้เซลล์ต่าง ๆ สามารถสร้างพลังงานต่าง ๆ ไว้ใช้ได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งยังมีพลังในการต่อสู้กับอนุมูลอิสระซึ่งเข้ามาโจมตีเซลล์ในร่างกายได้อย่างเข้มแข็ง อีกทั้งยังมีสมดุลของแคลเซียมภายในเซลล์ อยู่ในระดับที่เหมาะสม จึงส่งผลต่อ กระบวนการทำงานอื่น ๆ ภายในเซลล์ให้เป็นปกติอีกด้วย

4. DNA

ในโครโมโซมของเรานั้นจะมีสิ่งที่เรียกกันว่า DNA ซึ่งทำหน้าที่เป็นหน่วยความจำคอยบันทึกลักษณะทางพันธุกรรมของร่างกาย ซึ่งบนโครโมโซมจะมี DNA ชนิดหนึ่งที่ค่อยทำหน้าที่ปกป้องโครโมโซมอยู่นั้นก็คือ เทโลเมียร์ (DNA Telomere Blend) ทำหน้าที่ค่อยปกป้องโครโมโซมยังปกติดี ส่งผลต่อการสร้างเอนไซม์ และฮอร์โมนรวมไปถึงโปรตีนที่สำคัญต่อการทำงานของเซลล์ที่ยังมีประสิทธิภาพ หากความยาวของเทโลเมียร์ที่ปกป้องโครโมโซนยังปกติดีอยู่จะเป็นส่วนสำคัญช่วยให้โครโมโซมทำงานได้อย่างปกติ ซึ่งจะส่งผลไปเป็นทอด ๆ ให้การสร้างเอนไซม์และฮอร์โมนรวมไปถึงโปรตีนที่สำคัญต่อการทำงานของเซลล์อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตามมีคนไม่มากนักที่จะมีความยาวของเทโลเมียร์ที่มากกว่าค่าเฉลี่ยทั่วไปของบุคคลอื่น ซึ่งยิ่งเทโลเมียร์ในร่างกายของพวกเขายิ่งยาวเท่าไหร่สุขภาพโดยรวมของคน ๆ นั้นก็จะยิ่งดียิ่งขึ้นและดูอายุอ่อนกว่าวัยกว่ารายอื่นในวัยเท่าๆกัน อีกทั้ง เทโลเมียร์ยังเป็นตัวระบุอายุไขของเซลล์ในร่างกายคนเราได้

5. Cell Protection Blend

Cell Protection Blend ผู้ใหญ่ที่ร่างกายมีความสามารถในการต้านทานอนุมูลอิสระ (Free radicals) ที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วไปของคนในวัยเดียวกันนั้น มักจะมี Cell Protection Blend ที่ดีคอยเป็นองครักษ์ปกป้องคุ้มครองส่วนต่าง ๆ ของร่างกายไม่ให้เกิดความเสียหายตั้งแต่ระดับเซลล์และโครโมโซม ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้เซลล์ไม่เสื่อมสภาพและสิ้นอายุขัยเร็วกว่าที่ควรจะเป็น จึงส่งผลต่อผลลัพธ์ที่แสดงออกมาให้เห็น (Phenotype) ทั้งทางร่างกาย (Physical) และจิตใจ (Mental) ไม่เสี่ยงต่อการป่วยเป็นโรคต่างๆ เช่น ความดันโลหิตสูง หลอดเลือดสมองและหัวใจตีบ เบาหวาน และมะเร็ง เป็นต้น ในวัยผู้ใหญ่หนุ่มสาว คนใดที่มี Cell Protection Blend ที่ทำงานดีกว่ารายอื่น ก็จะทำให้มีใบหน้าที่อ่อนเยาว์กว่าคนรุ่นเดียวกัน

6. ระบบฮอร์โมน

ระบบฮอร์โมนภายในร่างกาย Hormonal Blend นอกจากสารอาหารแล้วฮอร์โมนก็ยังคงเป็นสิ่งจำเป็นเพราะทำหน้าที่คอยส่งสารกระตุ้นให้เซลล์ต่าง ๆ ในร่างกายคนเราทำหน้าที่ของตนเองอย่างเป็นปกติ ด้วยเหตุนี้เองหาก ผู้ใหญ่มีร่างกายที่มีการทำงานของฮอร์โมนชนิดต่าง ๆ อย่างเป็นปกติแล้วก็จะส่งผลให้เซลล์ทำงานได้อย่างเป็นปกติตามไปด้วย การทำงานซ่อมแซม และฟื้นฟูของเซลล์ที่เป็นไปตามระดับที่ควรจะเป็น มีอารมณ์ที่ดีเยี่ยม ความคิดที่ยังคงเฉียบคมอยู่นั่นเอง

B. ถ้าไม่มีองค์ประกอบ

ตามข้อ A

จะเกิดผลดังต่อไปนี้

1. ป่วยกระเสาะกระแสะ ร่างกายฟื้นฟูสภาพได้ช้ากว่าคนทั่วไป

เชื้อสายของเผ่าพันธุ์หรือพันธุกรรมที่ดีนั้นเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับมนุษย์ ถ้าหากไม่มีพันธุกรรมที่ดีแล้วมนุษย์ที่เกิดมาจะมีความผิดปกติในร่างกายตั้งแต่ระดับเล็กน้อย เช่น ไม่แข็งแรงป่วยกระเสาะกระแสะ รวมทั้งเมื่อมีอาการป่วยหรือบาดเจ็บแล้วจะสามารถฟื้นฟูสภาพร่างกายได้ช้ากว่าคนทั่วไป จนไปถึงอาการร้ายแรงอย่างความเจ็บป่วยด้วยโรคพันธุกรรมต่าง ๆ อาทิ โรคเลือดธาลัสซีเมีย ฮีโมฟีเลีย อาการเสื่อมสภาพหรือผิดปกติทางสมองตั้งแต่กำเนิดหรือแสดงอาการในวัยผู้ใหญ่ เป็นต้น

2. การสร้างเซลล์ขึ้นใหม่ไม่ดีเท่าที่ควร

หากร่างกายของคนเรานั้นขาดซึ่งระบบสเต็มเซลล์ (Stem Cell Niche) ที่สามารถทำงานได้อย่างดีในวัยผู้ใหญ่แล้ว ก็จะส่งผล ทำให้การรักษาและฟื้นฟูสภาพร่างกายในอวัยวะต่าง ๆ มีการ สร้างเซลล์ขึ้นใหม่เพื่อมาเป็นเนื้อเยื่อและอวัยวะในส่วนต่าง ๆ ได้ อย่างไม่ดีเท่าที่ควร เมื่อเกิดอาการบาดเจ็บทางร่างกายจึงทำให้ บาดแผลรักษาตัวเองและฟื้นตัวได้ช้า ทิ้งรอยด่างดำไว้ที่ผิวหนัง ตามร่างกายได้ง่าย กล้ามเนื้อ และอวัยวะส่วนต่าง ๆ รวมไปถึงสมองทำงานไม่ได้ดีอย่างที่ควรจะเป็น ส่งผลให้รู้สึกอ่อนล้า เครียด ซึมเศร้าได้ง่ายกว่าปกติ

3. เซลล์เสื่อมสภาพได้ง่าย

หากร่างกายขาด Mitochondria Blend ที่ดี เซลล์ในร่างกายของเราก็จะทำงานเหมือนเครื่องยนต์หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีกำลังไฟอันเป็นพลังงานอย่างไม่เต็มที่และสม่ำเสมอ ทำให้การทำงานของเซลล์มีความผิดปกติตามไปด้วย ประสิทธิภาพในการกำจัดอนุมูลอิสระลดลง รวมทั้งสมดุลของแคลเซียมภายในเซลล์ตกต่ำจนอยู่ในระดับที่ไม่เหมาะสม ซึ่งจะลุกลามส่งผลต่อการทำงานอื่น ๆ ในเซลล์ที่ผิดปกติ เซลล์ทำงานน้อยกว่าปกติอันเนื่องมาจากขาดพลังงานภายในเซลล์ ซึ่งทำให้คนเราเกิดความรู้สึกเมื่อยอ่อนเพลียได้ง่ายกว่าปกติ รวมทั้งเมื่อการควบคุมระดับแคลเซียมภายในเซลล์ผิดปกติย่อมส่งผลเป็นลูกโซ่ให้เกิดภาวะแคลเซียมสูงภายในเซลล์  ส่งผลให้เซลล์เกิดอาการเสื่อมสภาพได้โดยง่ายกว่าที่ควรจะเป็น ซึ่งความไม่ปกตินี้หากมีมากในระดับหนึ่งจะส่งผลให้เกิดความผิดปกติในกลุ่มโรคที่เรียกว่า Mitochondrial Diseases เช่น อาการชัก จอประสาทตาเสื่อม กล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติ กล้ามเนื้อแขนขาอ่อนแรง เป็นต้น

4. มีอาการแก่ก่อนวัย

อย่างที่ทราบกันแล้วว่า ส่วนสำคัญของโครโมโซมที่จะบ่งบอกถึงอายุขัยของเซลล์คนเราด้วยความยาวของเทโลเมียร์ (Telomere blend) เป็นสิ่งที่คอยปกป้องโครโมโซมของเราอยู่ หากมีขนาดที่สั้น ย่อมสามารถปกป้องโครโมโซมด้วยอายุที่สั้นกว่าปกติที่ควรจะเป็น ส่งผลให้ช่วงเวลาที่โครโมโซมจะทำงานได้อย่างเป็นปกติลดน้อยถอยลงตามไปด้วย ซึ่งกระทบต่อเนื่องเป็นผลทำให้การสร้างเอนไซม์และฮอร์โมนรวมไปถึงโปรตีนที่สำคัญต่อระบบการทำงานของเซลล์ทั้งหมดล่มสลายลงเป็นทอดๆ จนในที่สุดก็จะปรากฏผลให้เห็นเป็นอาการแก้ก่อนวัย ซึ่งจะเป็นที่มาให้เกิดอาการเจ็บป่วยด้วยโรคหลายชนิด เช่น ความดันโลหิตสูงในคนอายุน้อย โรคหลอดเลือดเสื่อมสภาพ และอื่นๆ

5. เป็นโรคจากความเสื่อมต่างๆ

หากขาด Cell Protection Blend มีหน้าที่ที่สำคัญในการต้านอนุมูลอิสระ (Free radicals) ซึ่งหากยังทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงอยู่ ก็จะสามารถคอยป้องกันเซลล์ต่าง ๆ ของร่างกายไม่ให้ถูกโจมตีและทำร้ายจากอนุมูลอิสระได้ เพราะฉะนั้น ในทางกลับกันหาก Cell Protection Blend มีข้อบกพร่องหรือไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ก็จะทำให้ไม่สามารถทำหน้าที่ในการปกป้องเซลล์และโครโมโซมจากอนุมูลอิสระได้เป็นปกติ เซลล์เกิดตายไวกว่าที่ควรจะเป็น มีผลกระทบที่แสดงออกมาทางร่างกายที่แสดงออกมาให้เห็น (Phenotype) ทั้งทางร่างกาย (Physical) และจิตใจ (Mental) เสี่ยงต่อการป่วย เป็นโรคจากความเสื่อมต่างๆ เช่น ความดันหลอดเลือด ตีบเบาหวาน มะเร็ง เป็นต้น

6. ระบบฮอร์โมน

จากที่กล่าวไปแล้วว่าร่างกายของเรานั้นจำเป็นที่จะต้องมีฮอร์โมนต่างๆ (Hormonal Blend) อย่างเหมาะสมเพื่อใช้ในการกระตุ้นเซลล์ทั่วร่างกายให้ทำงาน และการคงอยู่ของเซลล์ทุกชนิดในร่างกายของเรา ผู้ใหญ่ที่มีการทำงานของฮอร์โมนชนิดต่างๆ ไม่เป็นปกติ จะส่งผลให้เซลล์ทำงานแปรปรวน จะมีอารมณ์ที่แปรปรวน ความเฉียบคมด้อยกว่าค่ามาตรฐานที่ควรจะเป็น

C. ทางแก้ปัญหา

1. พันธุวิศวกรรมหรือวิศวกรรมพันธุศาสตร์

วิวัฒนาการทางการแพทย์ก่อให้เกิดวิทยาการทางการแพทย์สาขาใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นมามากมาย โดยเฉพาะสาขาที่เกี่ยวเนื่องกับการให้กำเนิดชีวิตและร่างกายของคนเราอย่างสาขาพันธุกรรม ซึ่งว่าด้วยการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงและดัดแปลงพันธุกรรมที่เรียกกันว่าพันธุวิศวกรรมหรือวิศวกรรมพันธุศาสตร์ (Genetic Engineering) นั่นเอง ซึ่งในปัจจุบันเจริญก้าวหน้าถึงขนาดสามารถตัดต่อพันธุกรรมของแบคทีเรียเพื่อนำมาใช้ในการต่อสู้หรือต่อต้านกับศัตรูที่บุกรุกร่างกายเข้ามาอย่างเชื้อไวรัส ซึ่งอาศัยเอนไซม์ที่ไม่ซับซ้อนที่ชื่อว่า Cas9 nuclease ทำให้ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีซึ่งจะเปิดโอกาสให้เรานำความรู้ดังกล่าวมาใช้เพื่อทำการรักษาทางการแพทย์ให้กับกลุ่มบุคคลผู้มีความผิดปกติทางพันธุกรรม ซึ่งเป็นมาแต่กำเนิด หรือชนิดที่เริ่มแสดงอาการให้เห็นตั้งแต่ในวัยผู้ใหญ่ โดยเราสามารถใช้วิธีการรักษาด้วยพันธุวิศวกรรมได้ง่ายและเกิดประโยชน์มากขึ้นอย่างสูงกว่าในอดีตที่เคยเป็นมา

2. Stem Cell Therapy

Stem Cell Therapy ถือเป็นความก้าวหน้าในวงการแพทย์ซึ่งเป็นที่น่าภูมิใจและมีคนเริ่มคุ้นหูรู้จักวิธีการรักษาแบบนี้ในวงกว้าง นั่นก็คือการรักษาโรคต่าง ๆ โดยเซลล์ต้นกำเนิดหรือสเต็มเซลล์ (The Stem Cell) นั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นการนำวิธีการรักษาโรคสมองเสื่อมหลายชนิดซึ่งอยู่ในขั้นตอนการวิจัยที่ได้มาตรฐานและเชื่อถือได้ ซึ่งนับว่าเป็นการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุอย่างแท้จริง โดยเป็นการนำเอาเซลล์ต้นกำเนิดที่ยังมีลักษณะปกติใส่เข้าไปในร่างกาย เพื่อทำการสร้างเซลล์ที่ทำงานได้อย่างปกติของอวัยวะ นั้น ๆ ซึ่งปัจจุบันในประเทศไทยได้มีการรับรองวิธีการรักษาดังกล่าวเฉพาะในการรักษาโรคเลือดบางชนิดเท่านั้น ส่วนโรคชนิดอื่นยังอยู่ในขั้นตอนของการศึกษาวิจัย

3. การฟื้นฟู Mitochondria Blend

การฟื้นฟู Mitochondria Blend ให้กลับมาดีดังเดิม จากการศึกษาถึงวิธีการที่จะเข้าไปช่วยฟื้นฟู Mitochondria Blend พบว่า ต้องอาศัยกลไกหลักๆดังนี้ (1) ควบคุมการสร้างสมดุลของไฟฟ้า และเคมีของเยื่อหุ้ม Mitochondria (2) ปรับสมดุลห่วงโซ่ของการส่งผ่านอิเล็กตรอนภายใน (Electron Transport Chain) (3) ควบคุมการส่งผ่านผลผลิตจากกระบวนการเผาผลาญ (Metabolites) ใน Mitochondria

4. การตัดต่อพันธุกรรม

ไม่น่าเชื่อว่าวิทยาการทางการแพทย์ของเราจะก้าวหน้าไปจนถึงกระทั่งสามารถเพิ่มความยาวของเทโลเมียร์ (Telomere) เพื่อยืดอายุไขของเซลล์ในชีวิตของตัวเองได้ ด้วยวิธีการตัดต่อพันธุกรรม (Genetic Engineering) เพื่อเพิ่มการทำงานของเอนไซม์ human Telomerase ReverseTranscriptase (hTERT) อีกทั้งนอกจากวิธีการรักษาแก้ไขความผิดปกติของเซลล์ด้วยพันธุวิศวกรรมแล้ว เรายังสามารถยื่นความยาวของเทโลเมียร์ได้ด้วยการรับประทานอาหารสมุนไพรต่าง ๆ ปกติจะถูกจำกัดไว้กับเซลล์ในกลุ่มเซลล์ต้นกำเนิด (Stem Cell) เป็นหลักเท่านั้น ดังนั้น เมื่อเราสามารถที่จะเพิ่มการทำงานของเอนไซม์ hTERT นี้ได้ ก็เท่ากับว่าเราสามารถที่จะเพิ่ม Biological Youth (เนื้อเยื้อใหม่ ๆ ) ได้นั่นเอง

5. เพิ่มสารที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ

นอกจากการใช้วิธีการของการตัดต่อพันธุกรรมในการเพิ่มความยาวของ Telomere แล้ว จากการศึกษาวิจัยอีกมากมายได้พบว่า อาหารหลายชนิดไม่ว่าจะเป็นสมุนไพรหลายต่างๆ เช่น สารสกัดจากพืช กลุ่ม Astragalus การเพิ่ม Cell Protection Blend ด้วยการเพิ่มสารที่มีฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งจะช่วยเพิ่มทหารออกมาปกป้องเซลล์ต่าง ๆ ของร่างกายและให้ศัตรูอย่างอนุมูลอิสระทั้งหลายเข้ามาทำลายเซลล์และโครโมโซม เป็นเหตุก่อให้เกิดภาวะเซลล์เสื่อมและตายไวกว่าที่ควรจะเป็น ข่าวดีก็คือในปัจจุบันมีอาหารเสริมต่างๆที่ช่วยเสริมสร้างสารต้านอนุมูลอิสระให้แก่ร่างกายให้เราเลือกรับประทานเป็นจำนวนมาก ซึ่งจะช่วยเพิ่มการทำงานของระบบต่อต้านอนุมูลอิสระในร่ายกายมนุษย์วัยผู้ใหญ่ได้

Antioxidants

(สารต้านอนุมูลอิสระ)

ประเภทของ Antioxidants แบ่งได้เป็น 2 ประเภทหลักๆ คือ

1. Enzymatic antioxidants

ซึ่งทำงานผ่านทางเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องต่างๆ มากมาย
เช่น Superoxidedismutases (SODs), Catalase
และ Glutathione system

2. Non Enzymatic antioxidants

เช่น Ascorbic acid or “vitamin C”, Glutathione, Melatonin,
Tocopherols and tocotrienols (Vitamin E) Carotenoids,
Flavonoids และ Uric acid เป็นต้น

6. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์และหมั่นออกกำลังกาย

แม้ว่าร่างกายจะเจริญเติบโตจนเข้าสู่วัยผู้ใหญ่แล้วก็ตาม การควบคุมฮอร์โมนต่าง ๆ ในร่างกายให้สมดุลก็เป็นสิ่งที่จำเป็นที่ขาดไม่ได้ เมื่อคุณต้องการให้ระบบฮอร์โมนในร่างกายสามารถทำงานได้อย่างเป็นปกติเต็มประสิทธิภาพและ ในปริมาณที่เหมาะสมกับอายุช่วงวัยของร่างกายคนเรา วิธีง่าย ๆ ที่จะช่วยเสริมสร้างฮอร์โมนก็คือ การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และหมั่นออกกำลังกายกระตุ้นให้เซลล์ต่างๆทำงานให้แข็งแรงซึ่งจะส่งผลดีต่อการสร้างสมดุลของฮอร์โมนและทำให้มีผลต่อการทำงานของเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย ในมุมของ Klotho Hormone การมีระดับของ Klotho Hormone ที่ต่ำนั้นสัมพันธ์โดยตรงกับภาวะการเสื่อม และชราก่อนวัย
ในปัจจุบันมีการศึกษาถึงการให้สารที่จะเข้าไปช่วยเพิ่มระดับของฮอร์โมน Klotho ที่มีชื่อเรียกว่า Klotho Enhancing Compounds

Back To Top