skip to Main Content

A. ที่มาที่ไปคืออะไร?

เพราะอะไรถึงมีผลอย่างนั้นเกิดขึ้น
(Why What)

วัยผู้สูงอายุ

1. พันธุกรรม

วัยผู้สูงอายุ ถือเป็นวัยที่ความแตกต่างทาง
เชื้อสาย เผ่าพันธุ์ และข้อด้อยทางพันธุกรรม
ได้แสดงออกมาอย่างเต็มที่ครบถ้วนแล้วตลอด
แต่ละช่วงวัยที่ผ่านมา ซึ่งหากมีพันธุกรรมที่ดี
ย่อมจะทำให้สภาพร่างกายหลังเกษียณยังคง
สามารถทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม มีสุขภาพ
ที่ยังดีอยู่ ความเจ็บป่วยอันมาจากการเสื่อมสภาพ
ของอายุมีน้อย สามารถที่จะใช้ชีวิตได้อย่างอิสระ
มีความสุข และพึ่งตัวเองได้เป็นอย่างดี ไม่สร้าง
ความลำบากให้กับลูกหลาน

2. สเต็มเซลล์

การที่ผู้สูงอายุมีสเต็มเซลล์ (The Stem Cell) ซึ่งเป็นเซลล์ที่ทำหน้าที่สร้างเซลล์ใหม่ขึ้นมาเพื่อทดแทนเซลล์เก่าเดิมที่อาจเกิดเสียหายได้เป็นอย่างดีนั้น จะช่วยให้อวัยวะในร่างกายที่สำคัญ อาทิ การเต้นของหัวใจ การคิดสิ่งต่างๆ ในสมอง หรือแม้แต่การกรองเลือดในไต การสร้างเซลล์ทดแทนผิวหนังที่เซลล์เก่าหลุดลอกออกได้เป็นอย่างดี หากแต่ด้วยความที่ในช่วงอายุหลังจาก 25 ปี เป็นต้นไป Stem Cell Niche จะเริ่มทำงานลดน้อยถอยลง จึงเป็นเหตุให้ผู้สูงอายุมี Stem Cell Niche ที่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิที่น้อยกว่าในวัยเด็กและวัยผู้ใหญ่ อย่างไรก็ดี หากผู้สูงอายุรายนั้นมีต้นทุนในส่วนของ Stem Cell Niche ที่ดีมาแต่แรก เช่น Growth factors โดยเฉพาะ Fibroblast Growth Factors (FGF) ก็ยังส่งผลให้เมื่อมีแผลก็หายเร็ว มีริ้วรอยเหี่ยวย่นไม่มาก ไม่มีรอยด่างดำทิ้งไว้ กล้ามเนื้อ และอวัยวะ ต่างๆ ทำงานและซ่อมแซมพื้นฟูตัวเองได้ดี มีพลังกายและใจในระดับที่สูง เมื่อเทียบกับคนในวัยเดียวกันที่มีปัจจัยนี้ใน ระดับทั่วๆ ไปนั่นเอง

3. ไมโทคอนเดรีย

ในร่างกายของผู้สูงอายุ แบตเตอรี่ให้พลังงานกับเซลล์นั่นก็คือ ไมโทคอนเดรีย (Mitochondria Blend) ซึ่งประกอบไปด้วยโปรตีนและไขมันยิ่งมีความสำคัญมากยิ่งขึ้น เพราะการมีไมโทคอนเดรียที่ดีย่อมส่งผลให้เซลล์ต่างๆ สามารถสร้างพลังงานต่าง ๆ ไว้ใช้ได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งยังมีพลังในการต่อสู้กับอนุมูลอิสระซึ่งเข้ามาโจมตีเซลล์ในร่างกายได้อย่างเข้มแข็ง มีสมดุลของแคลเซียมภายในเซลล์อยู่ในระดับที่เหมาะสม จึงส่งผลต่อกระบวนการทำงานอื่น ๆ ภายในเซลล์ให้เป็นปกติอีกด้วย

4. DNA

ในร่างกายของผู้สูงอายุ DNA ซึ่งทำหน้าที่เป็นหน่วยความจำคอยบันทึกลักษณะทางพันธุกรรมของร่างกาย จะมี DNA เทโลเมียร์ (DNA Telomere Blend) ชนิดหนึ่ง ที่ค่อยทำหน้าที่ปกป้องโครโมโซมส่งผลต่อการสร้าง
เอนไซม์และฮอร์โมน รวมไปถึงโปรตีนที่สำคัญต่อการทำงานของเซลล์ที่ยังมีประสิทธิภาพหากความยาวของเทโลเมียร์ ที่ปกป้องโครโมโซนยังปกติดีอยู่
จะเป็นส่วนสำคัญช่วยให้โครโมโซมทำงานได้อย่างปกติ ซึ่งจะส่งผลไปเป็นทอดๆ ให้การสร้างเอนไซม์และฮอร์โมนรวมไปถึงโปรตีนที่สำคัญต่อการทำงานของเซลล์อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตามมีคนไม่มากนักที่จะมีความยาวของเทโลเมียร์ที่มากกว่าค่าเฉลี่ยทั่วไปของบุคคลอื่น ซึ่งยิ่งเทโลเมียร์ในร่างกายของพวกเขายิ่งยาวเท่าไหร่ สุขภาพโดยรวมของคน ๆ นั้นก็จะยิ่งดียิ่งขึ้น อีกทั้ง
เทโลเมียร์ยังเป็นตัวระบุอายุไขของเซลล์ในร่างกายคนเราได้ ด้วยเหตุนี้ผู้สูงอายุรายใด มีเทโลเมียร์ที่มีความยาวมากกว่าผู้อื่น ย่อมหมายความว่า ผู้สูงอายุ
รายนั้นจะมีอายุยืนกว่าคนอื่นมากนั้นเอง

5. Cell Protection Blend

ผู้สูงอายุที่ร่างกายมีความสามารถในการต้านทานอนุมูลอิสระ (Free radicals) ที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของคนทั่วไปในวัยเดียวกันนั้น Cell Protection Blend จะคอยเป็นองครักษ์ปกป้องคุ้มครองส่วนต่าง ๆ ของร่างกายไม่ให้เกิดความเสียหายตั้งแต่ระดับเซลล์และโครโมโซม ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้เซลล์
ไม่เสื่อมสภาพ และสิ้นอายุขัยเร็วกว่าที่ควรจะเป็น จึงส่งผลต่อผลลัพธ์ที่แสดงออกมาให้เห็น (Phenotype) ทั้งทางร่างกาย (Physical) และจิตใจ (Mental) ไม่เสี่ยงต่อการป่วยเป็นโรคต่าง ๆ เช่น ความดันโลหิตสูง หลอดเลือดสมองและหัวใจตีบ เบาหวาน และมะเร็ง เป็นต้น ซึ่งพบมากในผู้สูงอายุ

6. ระบบฮอร์โมน

ระบบฮอร์โมนภายในร่างกาย Hormonal Blend นอกจากสารอาหารแล้วฮอร์โมนก็ยังคงเป็นสิ่งจำเป็นเพราะทำหน้าที่คอยส่งสารกระตุ้นให้เซลล์
ต่างๆ ในร่างกายคนเราทำหน้าที่ของตนเองอย่างเป็นปกติ ด้วยเหตุนี้เองหากผู้ใหญ่ มีร่างกายที่มีการทำงานของฮอร์โมนชนิดต่างๆ อย่างเป็นปกติแล้ว ก็จะส่งผลให้เซลล์ทำงานได้อย่างเป็นปกติ และจะช่วยให้มีอายุที่ยืนยาวแข็งแรงต่อไปได้นั้นเอง

B. ถ้าไม่มีองค์ประกอบ

ตามข้อ A

จะเกิดผลดังต่อไปนี้

1. ป่วยกระเสาะกระแสะ ร่างกายฟื้นฟูสภาพได้ช้ากว่า
คนทั่วไป

เชื้อสายของเผ่าพันธุ์หรือพันธุกรรมที่ดีนั้นเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับมนุษย์
ถ้าหากไม่มีพันธุกรรมที่ดีแล้วมนุษย์ที่เกิดมาจะมีความผิดปกติในร่างกายตั้งแต่ระดับเล็กน้อย เช่น ไม่แข็งแรงป่วยกระเสาะกระแสะ รวมทั้งเมื่อมีอาการป่วยหรือบาดเจ็บแล้วจะสามารถฟื้นฟูสภาพร่างกายได้ช้ากว่าคนทั่วไป จนไปถึงอาการร้ายแรง อย่างความเจ็บป่วยด้วยโรคพันธุกรรมต่าง ๆ อาทิเช่น โรคเลือด
ธาลัสซีเมีย ฮีโมฟีเลีย อาการเสื่อมสภาพหรือผิดปกติทางสมอง ตั้งแต่กำเนิดหรือแสดงอาการในวัยสูงอายุ เป็นต้น

2. การสร้างเซลล์ขึ้นใหม่ไม่ดีเท่าที่ควร

ผู้สูงอายุที่ขาดซึ่งระบบสเต็มเซลล์ (Stem Cell Niche) ที่ดีแล้ว ก็จะส่งผลทำให้มีการสร้างเซลล์ขึ้นใหม่เพื่อมาเป็นเนื้อเยื่อและ อวัยวะในส่วนต่าง ๆ ได้อย่างไม่ดีเท่าที่ควร เมื่อเกิดอาการบาดเจ็บทางร่างกายจึงทำให้บาดแผลรักษาตัวเองและฟื้นตัวได้ช้าทิ้งรอยด่างดำไว้ที่ผิวหนังตามร่างกายได้ง่าย กล้ามเนื้อและอวัยวะ ส่วนต่าง ๆ ไม่สามารถเติบโตและทำงานได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้รู้สึกอ่อนล้า เครียด ซึมเศร้าได้ง่ายกว่าปกติ ต่อสุขภาพทางร่าง
กายและสุขภาพจิตของผู้สูงอายุเป็นอันมาก

3. เซลล์เสื่อมสภาพได้ง่าย

หากร่างกายขาด Mitochondria Blend ที่ดี เซลล์ในร่างกายของเราก็จะทำงานเหมือนเครื่องยนต์หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีกำลังไฟอันเป็นพลังงานอย่างไม่เต็มที่และสม่ำเสมอ ทำให้การทำงานของเซลล์มีความผิดปกติตามไปด้วย ประสิทธิภาพในการกำจัดอนุมูลอิสระลดลง รวมทั้งสมดุลของแคลเซียมภายในเซลล์ตกต่ำจนอยู่ในระดับที่ไม่เหมาะสม ซึ่งจะลุกลามส่งผลต่อการทำงานอื่น ๆ ในเซลล์ที่ผิดปกติ เซลล์ทำงานน้อยกว่าปกติอันเนื่องมาจากขาดพลังงานภายในเซลล์ ซึ่งทำให้คนเราเกิดความรู้สึกเมื่อยอ่อนเพลียได้ง่ายกว่าปกติ รวมทั้งเมื่อการควบคุมระดับแคลเซียมภายในเซลล์ผิดปกติย่อมส่งผลเป็นลูกโซ่ให้เกิดภาวะแคลเซียมสูงภายในเซลล์ ส่งผลให้เซลล์เกิดอาการเสื่อมสภาพได้โดยง่ายกว่าที่ควรจะเป็น ซึ่งความไม่ปกตินี้หากมีมากในระดับหนึ่งจะส่งผลให้เกิดความผิดปกติในกลุ่มโรคที่เรียกว่า Mitochondrial Diseases เช่น อาการชัก จอประสาทตาเสื่อม กล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติ กล้ามเนื้อแขนขาอ่อนแรง เป็นต้น

4. มีอาการแก่ก่อนวัย

อย่างที่ทราบกันแล้วว่า ส่วนสำคัญของโครโมโซมที่จะบ่งบอกถึงอายุขัยของเซลล์คนเราด้วยความยาวของเทโลเมียร์ (Telomere blend) เป็นสิ่งที่คอยปกป้องโครโมโซมของเราอยู่ หากมีขนาดที่สั้นย่อมสามารถปกป้องโครโมโซมด้วยอายุ
ที่สั้นกว่าปกติที่ควร จะเป็นส่งผลให้ช่วงเวลาที่โครโมโซมจะทำงานได้อย่างเป็นปกติ ลดน้อยถอยลงตามไปด้วย ซึ่งกระทบต่อเนื่องเป็นผลทำให้การสร้างเอนไซม์และฮอร์โมน รวมไปถึงโปรตีนที่สำคัญต่อระบบการทำงานของเซลล์ทั้งหมดล่มสลายลงเป็นทอด ๆ จนในที่สุดก็จะปรากฏผลให้เห็นเป็นอาการแก่ก่อนวัย ซึ่งจะเป็นที่มาให้เกิดอาการเจ็บป่วยด้วยโรคหลายชนิดเช่น ความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดเสื่อมสภาพ และอื่นๆ

5. เป็นโรคจากความเสื่อมต่างๆ

หากขาด Cell Protection Blend มีหน้าที่ที่สำคัญในการต้านอนุมูลอิสระ (Free radicals) ซึ่งหากยังทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงอยู่ ก็จะสามารถคอยป้องกันเซลล์ต่าง ๆ ของร่างกายไม่ให้ถูกโจมตีและทำร้ายจากอนุมูลอิสระได้ เพราะฉะนั้นในทางกลับกันหาก Cell Protection Blend มีข้อบกพร่องหรือไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ก็จะทำให้ไม่สามารถทำหน้าที่ในการปกป้องเซลล์และโครโมโซมจากอนุมูลอิสระได้อย่างเป็นปกติ ทำให้เซลล์เกิดตายไวกว่าที่ควรจะเป็น
มีผลกระทบที่แสดงออกมาให้เห็น (Phenotype) ทั้งทางร่างกาย (Physical) และจิตใจ (Mental) เสี่ยงต่อการป่วยเป็นโรคจากความเสื่อมต่างๆ เช่น ความดัน หลอดเลือดตีบ เบาหวาน มะเร็ง เป็นต้น

6. ระบบฮอร์โมน

จากที่กล่าวไปแล้วว่า ร่างกายของเรานั้นจำเป็นที่จะต้องมีฮอร์โมนต่าง ๆ (Hormonal Blend) อย่างเหมาะสมเพื่อใช้ในการกระตุ้นเซลล์ทั่วร่างกายให้ทำงาน ผู้สูงอายุที่ขาดระบบฮอร์โมนที่ดีและเป็นปกติ จะส่งผลให้เซลล์ทำงานอย่างแปรปรวน ความเฉียบคมด้อยกว่าค่ามาตรฐานที่ควรจะเป็น

C. ทางแก้ปัญหา

1. พันธุวิศวกรรมหรือวิศวกรรมพันธุศาสตร์

วิวัฒนาการทางการแพทย์และความก้าวหน้าทางด้านพันธุวิศวกรรมหรือวิศวกรรมพันธุศาสตร์ (Eenetic Engineering) ถือเป็นความหวังของผู้ป่วยที่มีอายุมากแล้ว ซึ่งในปัจจุบันเจริญก้าวหน้า ถึงขนาดสามารถตัดต่อพันธุกรรมของแบคทีเรียเพื่อนำมาใช้ในการต่อสู้หรือต่อต้านกับศัตรูที่บุกรุกร่างกายเข้ามาอย่างเชื้อไวรัส ซึ่งอาศัยเอนไซม์ที่ไม่ซับซ้อนที่ชื่อว่า Cas9 nuclease ทำให้ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีซึ่งจะเปิดโอกาสให้เรานำความรู้ดังกล่าวมาใช้ เพื่อทำการรักษาทางการแพทย์ให้กับกลุ่มบุคคลผู้มีความผิดปกติทางพันธุกรรมซึ่งเป็นมาแต่กำเนิดหรือชนิดที่เริ่มแสดงอาการให้เห็นในวัยผู้สูงอายุ โดยผลการรักษาที่สำคัญได้แก่การตัดต่อทางพันธุกรรมในการรักษาผู้ป่วยด้วยโรคสมองเสื่อมชนิดที่เรียกว่า พาร์กินสัน (Parkinson’s Disease) อยู่หลายการศึกษาและได้ผลลัพธ์ที่ดีในเบื้องต้น ซึ่งเป็นความหวังให้กับแนวทางการรักษาอาการเจ็บป่วยที่เกิดจากพันธุกรรมที่หาทางรักษาได้ยาก

2. Stem Cell Therapy

Stem Cell Therapy ถือเป็นความก้าวหน้าในวงการแพทย์ซึ่งเป็นที่น่าภูมิใจและมีคนเริ่มคุ้นหูรู้จักวิธีการรักษาแบบนี้ในวงกว้าง นั่นก็คือการรักษาโรคต่าง ๆ โดยเซลล์ต้นกำเนิดหรือสเต็มเซลล์ (The Stem Cell) นั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นวิธีการรักษาโรคสมองเสื่อมหลายชนิดซึ่งอยู่ในขั้นตอนการวิจัยที่ได้มาตรฐานและเชื่อถือได้ ซึ่งนับว่าเป็นการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุอย่างแท้จริง โดยเป็นการนำเอาเซลล์ต้นกำเนิดที่ยังมีลักษณะปกติใส่เข้าไปในร่างกายเพื่อทำการสร้างเซลล์ที่ทำงานได้อย่างปกติของอวัยวะนั้น ๆ ซึ่งปัจจุบันในประเทศไทยได้มีการรับรองวิธีการรักษาดังกล่าวเฉพาะในการรักษาโรคเลือดบางชนิดเท่านั้น ส่วนโรคชนิดอื่นยังอยู่ในขั้นตอนของการศึกษาวิจัย

3. การฟื้นฟู Mitochondria Blend

การฟื้นฟู Mitochondria Blend ให้กลับมาดีดังเดิม จากการศึกษาถึงวิธีการที่จะเข้าไปช่วยฟื้นฟู Mitochondria Blend พบว่าต้องอาศัยกลไกหลักๆดังนี้ (1) ควบคุมการสร้างสมดุลของไฟฟ้า และเคมีของเยื่อหุ้ม Mitochondria (2) ปรับสมดุลห่วงโซ่ ของการส่งผ่านอิเล็กตรอนภายใน (Electron Transport Chain) (3) ควบคุมการส่งผ่านผลผลิตจากกระบวนการเผาผลาญ (Metabolites) ใน Mitochondria

4. การตัดต่อพันธุกรรม

เมื่ออายุเริ่มสูงขึ้น โครโมโซมก็เริ่มเสื่อมสภาพลงมาก วิธีการแก้ไขทางการแพทย์ก็คือ การเพิ่มความยาวของเทโลเมียร์ (Telomere) เพื่อยืดอายุไขของเซลล์ในชีวิตของตัวเองได้ด้วยวิธีการตัดต่อพันธุกรรม (Genetic Engineering) เพื่อเพิ่มการทำงานของเอนไซม์ human Telomerase ReverseTranscriptase (hTERT) อีกทั้งนอกจากวิธีการรักษารักษา แก้ไขความผิดปกติของเซลล์ด้วยพันธุวิศวกรรมแล้ว เรายังสามารถยื่นความยาวของเทโลเมียร์ได้ด้วยการรับประทานอาหารสมุนไพรต่าง ๆ ปกติจะถูกจำกัดไว้กับเซลล์ในกลุ่มเซลล์ต้นกำเนิด (Stem Cell) เป็นหลักเท่านั้น ดังนั้นเมื่อเรา สามารถที่จะเพิ่มการทำงานของเอนไซม์ hTERT นี้ได้ ก็เท่ากับว่าเราสามารถที่จะเพิ่ม Biological Youth (เนื้อเยื้อใหม่ ๆ) ได้นั่นเอง

5. การเพิ่มสารที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ

ในร่างกายวัยผู้สูงอายุที่เซลล์เริ่มเสื่อมสภาพลงมากนั้น ยิ่งมีความจำเป็นที่จะต้องการเพิ่ม Cell Protection Blend ให้มากขึ้น โดยการเพิ่มสารที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ (Free radicals) จะส่งผลในการปกป้องเซลล์ต่าง ๆ ของร่างกายไม่ให้เกิดความเสียหาย ทั้งในระดับเซลล์และโครโมโซม ทำให้ไม่เกิดภาวะเซลล์เสื่อมและ ตายไวกว่าที่ควรจะเป็น

Antioxidants

(สารต้านอนุมูลอิสระ)

ประเภทของ Antioxidants แบ่งได้เป็น 2 ประเภทหลักๆ คือ

1. Enzymatic antioxidants

ซึ่งทำงานผ่านทางเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องต่างๆ มากมาย
เช่น Superoxidedismutases (SODs), Catalase
และ Glutathione system

2. Non Enzymatic antioxidants

เช่น Ascorbic acid or “vitamin C”, Glutathione, Melatonin,
Tocopherols and tocotrienols (Vitamin E) Carotenoids,
Flavonoids และ Uric acid เป็นต้น

6. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์และหมั่นออกกำลังกาย

การรับประทานอาหารที่ดีและหมั่นออกกำลังกาย ล้วนส่งผลดีต่อการสร้างสมดุลของฮอร์โมน ซึ่งจะมีผลต่อการทำงาน ของเซลล์ในส่วนต่าง ๆ ในร่างกาย ในมุมของ Klotho Hormone การมีระดับของ Klotho Hormone ที่ต่ำนั้น สัมพันธ์โดยตรงกับภาวะการเสื่อมและชราก่อนวัย ในปัจจุบันมีการศึกษาถึงการให้สารที่จะเข้าไปช่วยเพิ่มระดับของฮอร์โมน Klotho ที่มีชื่อ เรียกว่า Klotho Enhancing Compounds

จากความรู้ที่เราได้กล่าวมาข้างต้นทั้งหมด จึงจะเห็นได้ว่าการดูแลรักษาสภาพร่างกายให้แข็งแรง ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหารเพื่อให้มีสารอาหารทางร่างกายที่เพียงพอ เสริมสร้างสารต้านอนุมูลอิสระ (Free radicals) และการออกกำลังกายอย่างพอเหมาะ เป็นสิ่งที่จำเป็นในทุกช่วงวัย เพื่อให้กลไกลการทำงานในร่างกายของมนุษย์สามารถดำเนินไปได้ โดยปกติและเต็มประสิทธิภาพเท่าที่ร่างกายในแต่ละช่วงวัยจะทำได้ ซึ่งถือเป็นยาอายุวัฒนะที่แท้จริงที่จะช่วยยืดอายุการทำงานของร่างกายให้อ่อนเยาว์กว่าวัยได้

Back To Top