skip to Main Content
  • A.

  • องค์ประกอบสำคัญ

    ต่อสภาพผิวหนัง

เพราะอะไรถึงมีผลอย่างนั้นเกิดขึ้น
(Why What)

วัยเด็ก

1. เม็ดสีเมลานิน (Melanin)

สิ่งที่ทำให้ผิวหนังของคนเราเกิดสีต่าง ๆ อันแตกต่างกันออกไปตามเชื้อชาตินั้น เกิดจากสารเมลานิน (Melanin) สารเม็ดสีซึ่งถูกผลิตออกมาจากเซลล์ชนิดหนึ่งที่เป็นส่วนหนึ่งของหนังกำพร้าด้านล่างสุด เป็นโรงงานผลิตเม็ดสีที่ชื่อเมลาโนไซต์ (melanocyte) โดยกระบวนการที่เรียกกันว่า Melanogenesis คือ การที่เซลล์
เมลาโนไซต์ (melanocyte) ได้ทำการผลิตสารเม็ดสีเมลานิน (Melanin) เข้าไปในแคปซูล (Melanosome) เล็ก ๆ เพื่อทำการส่งต่อผ่านแขนงเซลล์ที่เปรียบเสมือนท่อขนส่งไปยังผิวหนังชั้นบนที่เรียกว่า Keratinocyte ทำให้เกิดสีผิวต่าง ๆ ขึ้นผ่านการทำงานของช่างทาสีซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ชื่อ Tyrosinase

2. แบคทีเรียที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพผิวหนัง

จากการศึกษาทำให้เราพบว่า ในระบบทางเดินอาหารของคนเรานั้นเป็นที่อาศัยของแบคทีเรียหลายล้านล้านตัว มากกว่า 1,000 สายพันธุ์ ที่ได้ใช้ร่างกายของเราเป็นที่อยู่อาศัย ซึ่งลูกบ้านสายพันธุ์หลัก ๆ ที่เราพบก็คือ Firmicutes และ Bacteroidetes ทั้งนี้สิ่งที่จะส่งผลกระทบกับชนิดสายพันธุ์ของแบคทีเรียที่จะค้นพบในระบบทางเดินอาหารของแต่ละคนนั้น ย่อมขึ้นอยู่กับอาหารที่บริโภคเข้าไป อาการเจ็บป่วยในแต่ละบุคคล การได้รับยากลุ่มปฏิชีวนะ รวมไปถึงความแตกต่างในด้านอายุ ซึ่งส่งผลต่อการทำงานของแบคทีเรียเหล่านี้ โดยจากผลของการศึกษาหลายชิ้นพบว่า จำนวนและพฤติกรรมที่ผิดปกติของแบคทีเรียในลำไส้ (Gut Dysbiosis) ส่งผลกระทบให้เกิดกับผิวหนังอาทิ การเกิดสิวที่ผิวหนัง เป็นต้น

3. Hyaluronic Acid และ Collagen
ช่วยเสริมสร้าง ECM ให้ผิวพรรณ
สวยงาม

สารเคลือบผิวเซลล์ (Extracellular Matrix – ECM) นั้นเปรียบได้กับกำแพงหรือรั้วบ้านให้กับผิวหนังของมนุษย์ การที่เราจะมีรั้วบ้านที่แข็งแรงได้นั้น จึงขึ้นอยู่กับการได้รับสารอาหารที่ดีเพื่อที่ผิวหนังของเราจะได้มีวัสดุอุปกรณ์อันยอดเยี่ยมไปเสริมสร้าง ECM รั้วบ้านของผิวหนังให้แข็งแรงยิ่งขึ้น ซึ่งวัสดุอุปกรณ์ที่สำคัญจะช่วยให้รั้วบ้านของผิวหนังเราที่เรียกว่า ECM นี้ดีมากขึ้นนั้นก็คือ โปรตีน Hyaluronic Acid ซึ่งเป็นกรดที่จะช่วยสร้างความแข็งแรงและรักษาริ้วรอยของวัยให้จางหาย จึงเปรียบดังหน่วยงานที่คอยฟื้นฟูรั้วกำแพงโดยรอบผิวหนังให้สวยงามแข็งแรงอยู่เสมอ

4. สารต้านอนุมูลอิสระที่มีส่วนช่วยรักษาสุขภาพผิว

มีผลการศึกษามากมายที่มีหลักฐานยืนยันอย่างชัดเจนถึงคุณประโยชน์ของสารต้านอนุมูลอิสระ ที่เป็นดั่งทหารกองหน้าค่อยเฝ้าระวังชายแดนของผิวหนัง ไม่ให้ข้าศึกแปลกปลอมอันได้แก่อนุมูลอิสระต่าง ๆ ที่เปรียบเหมือนโจรภูเขาเร่ร่อนเข้ามาบุกโจมตีทำร้ายสุขภาพผิวให้เสื่อมโทรมและเกิดอาการที่เซลล์ผิวหนังแก่ก่อนวัยอันควร ซึ่งพบได้มากโดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่และท้องถนนที่ต้องพบกับสารอนุมูลอินสระต่าง ๆ มากมายในแต่ละวัน

The central role for vitamin C and other antioxidants pertinent to the skin. The interdependence of Vitamins E and C, and glutathione, in the scavenging of free radicals and regeneration of the reduced antioxidants, is shown. Vitamin E is in the lipid fraction of the cell, whereas vitamin C and glutathione are water-soluble and present in the cytosol.

B. ถ้าไม่มีองค์ประกอบ

ตามข้อ A

จะเกิดผลดังต่อไปนี้

1. บุตรหลานย่อมรับสืบทอดพันธุกรรมที่ผิดพลาดของบรรพบุรุษ

บุตรหลานหรือเด็กที่เกิดมานั้นย่อมต้องสืบทอดพันธุกรรม หรือเชื้อสายจากบิดามารดาผู้ให้กำเนิด ทำให้เด็ก ๆ ที่เกิดมา มีรูปร่าง หน้าตา สีผิว คล้ายคลึงกับบิดามารดารวมทั้งบรรพบุรุษทั้งหลาย และแน่นอนว่าย่อมต้องรับมาทั้งข้อดีและข้อเสีย หากบรรพบุรุษเหล่านั้นมีพันธุกรรมที่ไม่ดี เจ็บป่วยหรือเป็นโรคทางกรรมพันธุ์ใด ๆ ย่อมส่งผลถึงคุณภาพของผิวหนัง สี ความยืดหยุ่น รวมไปถึงการเสื่อมสภาพของผิวหนังได้ในที่สุด

2. การผิดปกติของแบคทีเรีย
ในระบบทางเดินอาหาร

แบคทีเรียถือเป็นลูกบ้านหรือประชาชนที่มาอาศัยอยู่ในระบบทางเดินอาหารของคนเรา ซึ่งแบคทีเรียชนิดต่าง ๆ นั้นโดยปกติจะทำหน้าที่ต่าง ๆ ของตนเอง บางครั้งก็มีส่วนช่วยให้ร่างกายทำงานได้อย่างเป็นปกติ ด้วยเหตุนี้เอง หากในร่างกายของเด็ก ๆ แบคทีเรียที่เป็นผู้อยู่อาศัยเกิดความผิดปกติและขาดสมดุลกันขึ้นก็เหมือนกับการที่ประชาชนผู้อาศัยกลับเกิดก่อความวุ่นวายขึ้นภายในลำไส้ (Gut Dysbiosis) หรือมีแบคทีเรียบางตัวที่ตั้งตนเป็นใหญ่ก่อหวอดสร้างความวุ่นวายในลำไส้เล็กขึ้นที่เรียกว่าอาการ Small Intestinal Bacterial Over Growth (SIBO)

3. สารเคลือบผิวเซลล์ (Extracellular Matrix – ECM) ที่ไม่แข็งแรง

การที่สารเคลือบผิวเซลล์ (Extracellular Matrix – ECM) อันเปรียบดังรั้วกำแพงของผิวหนังจะแข็งแรงทนทานได้นั้น ย่อมเกิดมาจากการได้รับโปรตีนที่จำเป็นอย่าง Hyaluronic Acidและ Collagen อย่างเพียงพอ ซึ่งจากการศึกษาพบว่าภาวะพร่องแมกนีเซียม (Magnesium) โปรตีน รวมไปถึงการสูบบุหรี่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการผลิตโปรตีน Hyaluronic Acid ของร่างกาย ทำให้ผลิตได้น้อยลงแถมทำให้โปรตีนดังกล่าวซึ่งเปรียบดังหน่วยงานซ่อมแซมฟื้นฟูรั้วกำแพงของผิวหนังสลายตัวเร็วขึ้นอีกด้วย ทำให้เซลล์ผิวหนังขาดผู้ดูแลรักษา ในที่สุด Hyaluronic Acid ลดต่ำลงและเป็นเหตุให้ ECM เกิดความบกพร่องทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพนั้นเอง

4. เซลผิวเสื่อมสภาพก่อนวัยอันควร

ในร่างกายของเด็กที่ระบบการต่อต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นนายทหารลาดตระเวนแนวหน้าคอยปกป้องผิวหนัง เกิดทำงานบกพร่องขึ้น ย่อมเปิดโอกาสให้ข้าศึกศัตรูภายนอกเช่น โจรร้ายอย่างสารอนุมูลอิสระต่าง ๆเข้าโจมตีเซลล์ผิวหนังทั้งภายในและภายนอกร่างกาย ทำให้เซลล์ผิวหนังเสื่อมประสิทธิภาพและสารเคลือบเซลล์ (ECM) ทำให้เกิดภาวการณ์แก่ก่อนวัย (Premature Aging) ผิวแห้ง หยาบกร้าน มีรอยคล้ำ และร่องลึกได้ก่อนวัยอันควร เป็นต้น

C. ทางแก้ปัญหา

1. ศึกษาวิจัยเพิ่มเติม

การแก้ไขปัญหาผิวที่เกิดจากการสืบทอดทางเชื้อสายและกรรมพันธุ์ ปัจจุบันยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษาวิจัยเพื่อหาทางรักษาและแก้ไข

2. ให้สาร Prebiotics

การปรองดองและอยู่ด้วยกันได้อย่างสงบระหว่างลูกบ้านอย่างแบคทีเรียแต่ละชนิดในลำไส้ สามารถสนับสนุนให้เกิดการสามัคคีขึ้นได้ด้วยการให้สาร Prebiotics สารกลุ่มโพลีแซคคาไรด์ ซึ่งถือเป็นน้ำตาลชนิดหนึ่งที่มีโครงสร้างอันสลับซับซ้อนจนทำให้เอนไซม์ซึ่งทำหน้าที่เป็นเครื่องบดอาหารในกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กไม่สามารถย่อยสลายน้ำตาลชนิดนี้ได้หรือที่เรียกกันว่า (Non-Digestible Polysaccharides) โดยสาร Probiotics จะทำหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่จัดทำผังเมืองในการอยู่อาศัยและสภาพแวดล้อมที่ดีให้กับแบคทีเรีย ทั้งนี้ Probiotics จะเป็นกลุ่มของแบคทีเรียดีที่เราใส่เข้าไปในระบบทางเดินอาหารของเราโดยตรงเลย

3. ได้รับอาหารบำรุงร่างกายที่ดี

บ้านที่แข็งแรงทนทานย่อมต้องเกิดจากวัสดุอุปกรณ์ที่ดีได้มาตรฐาน ร่างกายก็เช่นเดียวกัน จะแข็งแรงได้ก็ต้องได้รับอาหารบำรุงร่างกายที่ดี ไม่ว่าจะเป็นโปรตีนที่มีคุณภาพจากถั่วเหลือง วิตามินที่สำคัญต่อการสร้างคอลลาเจนเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและฟื้นฟูสภาพผิวที่ดี รวมทั้ง Hyaluronic Acid กรดซึ่งเป็นส่วนผสมหลัก ๆ ในการซ่อมแซมสภาพร่างกายและริ้วร้อยแห่งวัย เช่น สังกะสี (Zinc) และแมกนีเซียม (Magnesium) ย่อมส่งผลดีต่อคุณภาพของผิวหนังในที่สุด

4. เพิ่มสารที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ
(Free Radicals)

การเพิ่มสารที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ (Free Radicals) นอกจากการมีสารต่างๆ ไว้คอยดูแลสภาพผิว ซึ่งเปรียบดั่งพนักงานก่อสร้างซ่อมซอมกำแพงบ้านเรือนแล้ว ดั่งคำว่า “ป้องกันไว้ก่อน
ดีกว่าแก้” บ้านเมืองที่ดีย่อมต้องมีทหารคอยลาดตระเวนตรวจความเรียบร้อยโดยรอบเขตแดนบ้านเรือน ซึ่งก็คือสารที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ (Free Radicals) นั่นเอง สารดังกล่าวจะช่วยป้องกันสารอันตรายไม่พึงประสงค์เข้ามาทำร้ายผิว ลดอาการอักเสบเรื้อรัง ปกป้องเซลล์ต่างๆ ของผิวไม่ให้มีโจรร้ายมาทำอันตรายต่อเซลล์และโครโมโซม ทำให้ไม่เกิดภาวะเซลล์ผิวเสื่อม

Antioxidants

(สารต้านอนุมูลอิสระ)

ประเภทของ Antioxidants แบ่งได้เป็น 2 ประเภทหลักๆ คือ

1. Enzymatic antioxidants

ซึ่งทำงานผ่านทางเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องต่างๆ มากมาย เช่น Superoxide Dismutases (SODs), Catalase และ Glutathione System

2. Non Enzymatic antioxidants

เช่น Ascorbic Ccid หรือ “vitamin C”, Glutathione, Melatonin, Tocopherols and Tocotrienols (Vitamin E) Carotenoids, Flavonoids และUric Acid เป็นต้น

ซึ่งเมื่อเราได้รับประทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระเป็นประจำ ก็จะมีส่วนในการช่วยลดปริมาณอนุมูลอิสระส่วนเกินที่จะไปส่งผลเสียในการทำงานโครงสร้างต่างๆ รวมถึง DNA ของเซลล์ผิวหนังของเราด้วยนั่นเอง

นอกจากนี้ยังพบว่ามีสารสกัดตามธรรมชาติอีกหลายชนิดที่มีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระ เช่น ชาเขียว (Green tea), Resveratrol, Grape Seed, Niacinamide (Vitamin B3) เป็นต้น

Back To Top