skip to Main Content

A. ที่มาที่ไปคืออะไร?

เพราะอะไรถึงมีผลอย่างนั้นเกิดขึ้น
(Why What)

วัยผู้สูงอายุ

1. ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน

เชื้อสายเผ่าพันธุ์ที่คนเราสืบทอดต่อกันมาจากบรรพบุรุษที่เรียกกันว่าลักษณะทางพันธุกรรมนั้น จะส่งผลกระทบต่อร่างกายของคนเราตลอดทั้งชีวิตตั้งแต่วัยเด็ก วัยผู้ใหญ่และ
วัยผู้สูงอายุ โดยเฉพาะในผู้ชายช่วงวัยทองจะมีการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนที่เริ่มลดต่ำลงเนื่องจากอายุที่มากขึ้น โดยฮอร์โมนชนิดนี้ถือเป็นฮอร์โมนเพศชายที่ถูกผลิตจากลูกอัณฑะ ซึ่งทำหน้าที่เกี่ยวกับส่งเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและกระดูก ลักษณะเด่นของเสียงที่มีโทนสูง หรือต่ำและแรงกระตุ้นอารมณ์ทางเพศด้วย โดยจากที่เคยมีแรงขับทางเพศที่มากในช่วงวัยรุ่น หากแต่ก็จะลดต่ำลงเรื่อย ๆ เมื่อเริ่มสูงอายุมากขึ้นประมาณ 1 เปอร์เซ็นต์ต่อปี เมื่อเข้าสู่อายุ 30 ปีเป็นต้นไป ทั้งนี้สำหรับเพศชายแล้วภาวะวัยทองจะเกิดในช่วงอายุ 45-50 ปี และจะพบมากที่สุดในช่วงอายุ 70 ปีขึ้นไป

2. กระบวนการเมตาบอลิซึม

ความสงบสุขของลูกบ้านในลำไส้ของเราอย่างแบคทีเรีย (Gut microbiota ) ชนิดต่างๆยังคงมีผลโดยตรงต่อกระบวนการเมตาบอลิซึมของแอนโดรเจนในร่างกายเพศชายและโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเข้าสู่วัยทอง

3. สารอาหารที่เหมาะสม

แม้ว่าในร่างกายของเราจะเติบโตเต็มที่เข้าสู่วัยทองกันแล้วก็ตาม หากแต่ร่างกายก็ยังคงต้องได้รับสารอาหารที่เหมาะสมเพื่อ
หล่อเลี้ยงระบบการทำงานของต่อมไร้ท่อ การทำงานของอัณฑะ
ต่อมไร้หมวกไต ในการผลิตฮอร์โมนเพศแอนโดรเจนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยิ่งต้องการการดูแลสารอาหารให้ร่างกายอย่างมากขึ้นเพราะร่างกายเริ่มจะทำงานถดถอยลงเรื่อย ๆ
นั้นเอง

4. สารต้านอนุมูลอิสระ

เป็นที่แน่นอนว่าแม้จะเข้าสู่ช่วงวัยสูงอายุหรือวัยทองแล้วก็ตาม ร่างกายของมนุษย์ก็ยังหนีไม่พ้นต้องเผชิญกับอนุมูลอิสระต่างๆไม่ว่าจะเป็น ROS (Reactive Oxegen Species) หรือ RNS (Reactive Nitrogen Specices) ที่เกิดขึ้นจากกระบวนการเผาผลาญพลังงานของเซลล์ภายในร่างกายตามปกติและสารอนุมูลอิสระจากภายนอกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นจากสารเคมี อาหาร มลภาวะ เมื่อมีการสะสมของอนุมูลอิสระมากถึงจุดหนึ่งก็จะเกิดภาวะ Oxidative stress อนุมูลอิสระที่สะสม
มาตลอดจะก่อให้เกิดการทำลายโปรตีน ไขมัน และดีเอ็นเอภายในเซลล์ในทุกส่วนของร่างกาย ทำให้เกิดการเสื่อมลงของเซลล์ ทำงานผิดปกติก่อให้เกิดโรคที่สำคัญต่างๆมากมายเช่น ภาวการณ์ไม่สมดุลของการสร้างฮอร์โมนแอนโดรเจน รวมไปถึงการถดถอยในประสิทธิภาพการทำงานของระบบสืบพันธุ์เพศชายอีกด้วย

B. ถ้าไม่มีองค์ประกอบ

ตามข้อ A

จะเกิดผลดังต่อไปนี้

1. ผลทางพันธุกรรม

ลักษณะทางพันธุกรรมที่ถ่ายทอดกันมานั้นจะส่งผลอย่างชัดเจนเมื่อร่างกายของมนุษย์เพศชายเข้าสู่วัยทองได้แก่

1.1 อาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ นกเขาไม่ขัน อัณฑะมีขนาดเล็กลง ซึ่งเป็นอาการที่ผู้ชายต่างหวาดกลัวและมักจะสรรหายาหรืออาหารเสริมมาเพื่อเสริมสร้างสมรรถภาพทางเพศอยู่เสมอ

1.2 ร่างกายมีความสามารถในการเผาผลาญไขมันลดลงทำให้มนุษย์เพศชายหลายคนที่ไม่มีการออกกำลังกายและดูแลร่างกายให้ดี เกิดภาวะอ้วนลงพุง มีไขมันส่วนเกินสะสมที่หน้าอก

1.3 ความแข็งแรงของกระดูกลดลงทำให้เสี่ยงต่อการเกิดภาวะกระดูกพรุน

1.4 กล้ามเนื้อต่างๆมีความแข็งแรงลดลง ทำให้เรี่ยวแรงลดลงตามไปด้วย

1.5 เกิดอาการผิดปกติร้อนวูบวาบตามร่างกายอยู่เสมอ

1.6 มีอาการเส้นผมและขนตามร่างกายร่วงหล่นลงมากยิ่งขึ้น จนบางรายอาจถึงขั้นหัวล้าน

1.7 นอนไม่ค่อยหลับ

1.8 มักจะแสดงอาการเครียด อารมณ์แปรปรวน แสดงความหงุดหงิดออกมาได้หรือเกิดอาการซึมเศร้า ซึ่งต่างกันไปในแต่ละบุคคลและประสบการณ์ชีวิต

1.9 เมื่อสมรรถภาพทางร่างกายเริ่มลดถอยลงก็จะส่งผลถึงความมั่นใจในตนเองและไม่เป็นแรงจูงใจในการทำงานหรือทำกิจกรรมต่างๆ หรือเรียกได้ว่าอาการหมดไฟ

1.10 สมาธิลดน้อยถอยลงและเริ่มมีอาการความจำเสื่อมหรือมีปัญหาเกี่ยวกับการจดจำสิ่งต่างๆ

2. แบคทีเรียขาดความสมดุล

ในร่างกายของผู้สูงอายุที่มีปริมาณแบคทีเรียมากเกินควรหรือขาดความสมดุลย่อมส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินอาหารโรคภัยต่างๆ และภาวการณ์อักเสบเรื้อรังและกระจายผลกระทบไปสู่การทำงานของอวัยวะในร่างกายส่วนอื่น ๆอาทิ สมองกับระบบต่อมไร้ท่อที่ผลิตฮอร์โมนต่างๆรวมทั้งแอนโดรเจนด้วย ซึ่งอาจทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บต่อบุคคลที่เข้าสู่ภาวะวัยทองได้มากและแสดงอาการได้เร็วกว่าที่ควรจะเป็นดังที่สุด

3. ระบบต่อมไร้ท่อทำงานผิดปกติ

การดูแลอาหารเพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารอย่างเหมาะสมต่อช่วงวัย ยิ่งเป็นสิ่งจำเป็นมากยิ่งขึ้นต่อร่างกายของผู้ชายในวัยทอง เพราะยังคงส่งผลกระทบเป็นสำคัญต่อการทำงานผลิตฮอร์โมนต่างๆและฮอร์โมนเพศชายของระบบต่อมไร้ท่อ ซึ่งหากได้รับสารอาหารที่ไม่เพียงพอและทำให้เกิดภาวะไม่สมดุลของแอนโดรเจนย่อมส่งผลชัดเจนเป็นอย่างมากในผู้สูงอายุที่เข้าสู่ภาวะวัยทอง

4. ภาวะผิดปกติของแอนโดรเจน

การปล่อยให้ร่างกายเกิดภาวะการอักเสบที่ผิดปกติอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานๆ แน่นอนว่าไม่ใช่เพียงร่างกายของผู้ชายในวัยเด็กหรือวัยผู้ใหญ่เท่านั้นที่อาจเกิดปัญหาขึ้น ร่างกายของผู้ชายในวัยทองเองก็เช่นเดียวกัน เพราะเมื่อเกิดการอักเสบย่อมทำให้การทำงานของระบบต่อมไร้ท่อผิดปกติและอาจก่อให้เกิดภาวะผิดปกติของแอนโดรเจนขึ้นได้อีกเช่นกัน

C. ทางแก้ปัญหา

1. ศึกษาวิจัยเพิ่มเติม

การศึกษาค้นคว้าหลายชิ้นพบว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่เกิดความผิดปกติของยีนย่อมส่งผลให้เกิดการทำงานของฮอร์โมนแอนโดรเจนที่ผิดปกติมากยิ่งขึ้น ซึ่งนำไปสู่ความผิดปกติทางร่างกายและเกิดภาวะเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ อย่างไรก็ตามแต่ปัจจุบันยังอยู่ในช่วงต้องทำการศึกษาวิจัยเพิ่มเติมให้มากยิ่งขึ้นเพื่อจะสามารถนำความรู้ดังกล่าวมาใช้ในการรักษาจิตเวชปฏิบัติต่อไป

2. ให้สารกลุ่ม Prebiotics และ Probiotics

การทำให้ลูกบ้านอย่างแบคทีเรียในลำไส้สามารถปรองดองกันได้อย่างสงบสุขหรือที่เรียกว่าอยู่ในสภาวะสมดุลนั้น เราสามารถทำได้โดยการให้สารกลุ่ม Prebiotics และ Probiotics โดย Prebiotics คือสารกลุ่มโพลีแซคคาไรด์ที่ไม่ถูกย่อยในทางเดินอาหาร (Non-digestible polysaccharides) โดยเมื่อเรานำสารดังกล่าวเข้าสู่ร่างกายแล้ว สารประเภทนี้จะเข้าไปปรับสภาพแวดล้อมของระบบลำไส้และทางเดินอาหารของเราให้สวยงามและเป็นมิตรต่อเหล่าลูกบ้านอย่างแบคทีเรียให้เกิดความสงบสุขและสมานฉันท์กันได้ โดยจะส่งผลต่อไปยังกระบวนการเมตาบอลิซึมย่อยสลายสารอาหารและนำไปซ่อมแซมเสริมสร้างร่างกายให้กลับมาแข็งแรง

3. อาหารบำรุงร่างกายที่ดี

อย่าลืมว่าร่างกายของคนเราในวัยทองเองก็ต้องการได้รับสารอาหารที่ดี
ครบถ้วนเหมาะสมที่จะส่งเสริมให้เกิดการสร้างฮอร์โมนที่ดีในร่างกายด้วย
เช่นกัน อีกทั้งยังต้องดูแลอย่างละเอียดรอบคอบด้วยความระมัดระวัง
เมื่อร่างกายเข้าสู่วัยสูงอายุมากยิ่งขึ้น

สารอาหารที่จำเป็นและมีส่วนสำคัญ
ในกระบวนการสร้างสมดุลของแอนโดรเจน

 

3.1 Calciferol

ซึ่งได้มาจากอาหารประเภทต่างๆ ที่พบมากและหาซื้อมารับประทานได้โดยง่ายตามท้องตลาดนั่นก็คือปลาทะเลน้ำลึก ไข่ไก่และนมเป็นต้น ซึ่งสารอาหารชนิดนี้เมื่อเข้าไปสู่ร่างกายแล้วจะทำงานเหมือนกับฮอร์โมนต่างๆ โดยมีผลการศึกษาวิจัยที่บ่งชี้ว่าหากร่างกายขาดสารอาหารประเภทโปรตีนจะทำให้ระดับของฮอร์โมนเพศต่ำกว่าปกติ และหากเราทำการเพิ่มสารอาหารประเภทแคลเซียมโบรอนก็จะมีส่วนช่วยทำให้ระดับของฮอร์โมนเพศของผู้ชายเพิ่มมากขึ้นด้วย

3.2 Zinc

อาหารอย่างต่อไปที่มีส่วนช่วยเสริมสร้างการทำงานของระบบผลิตฮอร์โมนเพศในร่างกายนั่นก็คืออาหารประเภทที่มีธาตุสังกะสีซิงค์ (Zinc) อยู่เป็นจำนวนมาก อันได้แก่ เนื้อสัตว์ ไข่และถั่วเหลือง ผลิตภัณฑ์จากธัญพืช และอาหารที่ทำจากหอยนางรม โดยหลายคนอาจจะยังไม่เคยทราบมาก่อนเลยว่าสารสังกะสีนั้นแท้ที่จริงแล้วถือเป็นวิตามินประเภทหนึ่ง ซึ่งจำเป็นต่อระบบการทำงานต่างๆ ของร่างกายกว่าร้อยระบบ อีกทั้งยังมีส่วนสำคัญที่จะเสริมสร้างการทำงานผลิตฮอร์โมนเพศชายในร่างกายให้ดีอีกด้วย

3.3 Gingerol Compounds

อาหารที่มีสารประกอบฟีนอล (GingerolCompounds) ซึ่งนอกจากจะมีส่วนช่วยเสริมสร้างให้ร่างกายต้านอนุมูลอิสระแล้ว ยังมีส่วนช่วยเพิ่มระบบฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน ซึ่งเป็นฮอร์โมนหลักจะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายของคนเราแสดงลักษณะความเป็นชายออกมา อาทิ เสียงทุ้ม มีกล้ามใหญ่โต นอกจากนี้
สารประกอบฟีนอลเองก็มีส่วนช่วยเพิ่มปริมาณของสเปิร์มสำหรับท่านชายได้อีกด้วย จึงเหมาะเป็นอย่างมากสำหรับท่านชายใดที่ต้องการมีบุตร หากแต่มีปัญหาปริมาณสเปิร์มน้อยหรือไม่แข็งแรง

4. เพิ่มสารที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ

เช่นเดียวกับร่างกายของคนเราในวัยเด็ก ควรเพิ่มสารอาหารที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเปรียบดังทหารกองลาดตระเวนชายแดนด้านหน้าเพื่อปกป้องผิวจากโจรร้ายอย่างอนุมูลอิสระต่างๆ ทำให้ลดการอักเสบ ปกป้องเซลล์ต่างๆของร่างกาย
ไม่ให้เกิดเสียหายทั้งในระดับเซลล์และโครโมโซม เพื่อไม่ให้เซลล์เสื่อมสภาพและเกิดการทำงานที่ผิดปกติของระบบฮอร์โมนภายในร่างกาย

Antioxidants

(สารต้านอนุมูลอิสระ)

ประเภทของ Antioxidants แบ่งได้เป็น 2 ประเภทหลักๆ คือ

1. Enzymatic antioxidants

ซึ่งทำงานผ่านทางเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องต่างๆ มากมายเช่น Superoxidedismutases (SODs), Catalase และ Glutathione system

2. Non Enzymatic antioxidants

เช่น Ascorbic acid or “vitamin C”, Glutathione, Melatonin, Tocopherols and tocotrienols (Vitamin E) Carotenoids, Flavonoids และUric acid เป็นต้น

ซึ่งเมื่อเราได้รับประทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระเป็นประจำก็จะมีส่วนในการช่วยลดปริมาณอนุมูลอิสระส่วนเกินที่จะไปส่งผลเสียในการทำงานโครงสร้างต่างๆ รวมถึง DNA ของเซลล์เราด้วยนั่นเอง

Back To Top