skip to Main Content

A. ที่มาที่ไปคืออะไร?

เพราะอะไรถึงมีผลอย่างนั้นเกิดขึ้น
(Why What)

วัยผู้ใหญ่

1. พันธุกรรม

การรับสืบทอดลักษณะเชื้อสายต่าง ๆ จากบรรพบุรุษที่เรียกกันว่าพันธุกรรมนั้น เป็นหนึ่งในสิ่งที่สำคัญที่จะส่งผลกระทบได้อย่างชัดเจนต่อการสร้างฮอร์โมนเพศหญิงอย่างเอสโตรเจน ในปริมาณเหมาะสมทุกช่วงวัย ไม่มากหรือน้อยเกินไป รวมทั้งพฤติกรรมการตอบสนองของเซลล์ที่มีต่อฮอร์โมนเพศหญิงเองก็ขึ้นอยู่กับพันธุกรรมด้วยเป็นอย่างมาก เพราะจากการศึกษาทำให้เราพบว่าเมื่อต่อมไร้ท่อซึ่งเป็นโรงงานทำการผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนผ่านถนนใหญ่อย่างกระแสเลือดไปยังเซลล์ปลายทางโดยมีพนักงานรับพัสดุที่ชื่อว่าตัวรับ (Receptor) เพื่อนำไปใช้ดำเนินกระบวนการต่าง ๆ ของเซลล์นั้นต้องใช้วัตถุดิบที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งด้วยนั้นก็คือ โปรตีนมีชื่อว่า Sex Hormone-Binding Globulin (SHBG)

2. การรักษาสมดุลของแบคทีเรียในลำใส้

การรักษาความสมดุลของลูกบ้านในร่างกายเราอย่างแบคทีเรียในลำไส้ (Gut Microbiota) จะส่งผลโดยตรงต่อกระบวนการเมตาบอลิซึม ซึ่งเป็นกระบวนการที่เซลล์ในร่างกายจะทำการดูดซึมและ ย่อยสลายอาหารและพลังงานให้กลายมาเป็นสารชนิดต่าง ๆ อาทิ โปรตีน ลิพิด กรดนิวคลิอิกและคาร์โบไฮเดรต เป็นต้น เพื่อให้ร่างกายนำไปใช้ได้ โดยปกติแล้วการทำงานของร่างกายในเพศหญิงนั้น ตับจะเป็นฝ่ายทำหน้าที่คอยจับเอาฮอร์โมนเพศหญิงเอสโตรเจนจากถนนใหญ่อย่างกระแสเลือดไปรวมกับ กรดกลูคูโรนิก (Glucuronic Acid) ซึ่งทำหน้าที่ทั้งล้างสารพิษในร่างกายที่ตับ และน้ำดี ทำให้กลายเป็นสารประกอบเชิงซ้อน (Complex) ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมากและไม่สามารถซึมผ่านผนังลำไส้ได้ จนถูกขับออกมาทางระบบทางเดินอาหารเหมือนสารพิษอื่น ๆที่ร่างกายเรารับเข้าไป

3. ความสมดุลของฮอร์โมน

ร่างกายของมนุษย์เพศหญิงนั้นจะมีต่อมไร้ท่อและรังไข่ของต่อมหมวกไตทำหน้าที่เป็นโรงงานผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนเพศหญิง ซึ่งทั้ง 2 โรงงานดังกล่าวจำเป็นจะต้องได้รับสารอาหารและวิตามินที่ดีเพื่อให้มีการทำงาน ผลิตฮอร์โมนต่างๆได้ดีตามไปด้วย

4. สารต้านอนุมูลอิสระ

ร่ายกายในวัยผู้ใหญ่ของเพศหญิงนั้น ยังหนีไม่พ้นการต้องเผชิญกับโจรผู้ร้ายอย่างอนุมูลอิสระ (Free Radicals) ไม่ว่าจะเป็น ROS (Reactive Oxygen Species) หรือ RNS (Reactive Nitrogen Species) ที่เกิดขึ้นจากกระบวนการเผาผลาญของเซลล์ภายในร่างกายตามปกติและจากภายนอกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น จากสารเคมี อาหาร มลภาวะ เมื่อมีการสะสมของอนุมูลอิสระมากถึงจุดหนึ่งก็จะเกิดภาวะ Oxidative Stress อนุมูลอิสระที่สะสมมาตลอดจะก่อให้เกิดการทำลายโปรตีน ไขมัน และดีเอ็นเอ ภายในเซลล์ ในทุกส่วนของร่างกาย ทำให้เกิดการเสื่อมลงของเซลล์ เป็นเหตุให้เซลล์ทำงานผิดปกติ ก่อให้เกิดโรคที่สำคัญต่าง ๆ มากมายเช่น ภาวะการไม่สมดุลของการสร้างฮอร์โมนเอสโตรเจนรวมไปถึง
การถดถอยในประสิทธิภาพการทำงานของระบบสืบพันธุ์เพศหญิงอีกด้วย

B. ถ้าไม่มีองค์ประกอบ

ตามข้อ A

จะเกิดผลดังต่อไปนี้

1. ความผิดปกติทางพันธุกรรม

ร่างกายของผู้หญิงที่เติบโตเต็มวัยเข้าสู่วัยผู้ใหญ่แล้วนั้น หากเกิดความผิดปกติในระดับพันธุกรรมที่สืบเชื้อสายมาจากบรรพบุรุษแล้ว ก็จะส่งผลให้เกิดความ
ผิดปกติของการทำงานของต่อมไร้ท่อได้ตั้งแต่ระดับเล็กน้อยไปจนถึงในระดับที่น่าเป็นห่วง ตัวอย่างร้ายแรงถึงขั้นนำไปสู่การทำงานที่ผิดปกติของรังไข่ที่เรียกว่า Premature Ovarian Failure (POF) คือ อาการรังไข่ล้มเหลวก่อนวัยอันควร โดยจะแสดงอาการให้เห็นจากการมาอย่างผิดปกติของประจำเดือน มีอาการตั้งครรภ์
ที่ลำบาก อีกทั้งช่องคลอดยังแห้งร่าง กายรู้สึกร้อนวูบวาบ เหงื่อออกตอนกลางคืนและอารมณ์แปรปรวนง่าย ๆ ซึ่งจากการศึกษาของเราในปัจจุบันค้นพบว่ามีความ
ผิดปกติของยีนมากมายที่ทำให้เกิดปัญหานี้

2. ภาวะความไม่สมดุลของเอสโตรเจน

ในร่างกายของเพศหญิงวัยผู้ใหญ่นั้นก็ยังคงมีความต้องการความสมดุลของแบคทีเรียที่ทำหน้าที่ต่าง ๆได้ อย่างเหมาะสม หากลูกบ้านเกิดมีพฤติกรรมที่ผิดปกติแล้วย่อมจะส่งผลโดยตรงต่อการทำงานของระบบทางเดินอาหาร อาจก่อให้เกิดภาวะอักเสบเรื้อรังซึ่งสุดท้ายก็จะลุกลามเหมือนไฟไหม้ไปยังส่วนต่าง ๆของร่างกายได้ ไม่ว่าจะเป็นสมอง ตับ และระบบต่อมไร้ท่อ ซึ่งมีหน้าที่สำคัญอย่างการผลิตฮอร์โมนชนิดต่าง ๆ รวมทั้งฮอร์โมนเพศหญิงอย่าง
เอสโตรเจนด้วย ซึ่งอาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดภาวะความไม่สมดุลของเอสโตรเจนไม่ว่าจะมาก (Estrogen Dominance) หรือน้อย (Estrogen Insufficiency) เกินไปนั่นเอง

3. ต่อมไร้ท่อผลิตฮอร์โมนผิดปกติ

แม้ว่าร่างกายของมนุษย์ในวัยผู้ใหญ่ที่เติบโตอย่างเต็มที่แล้วก็ตาม การได้รับสารอาหารที่ถูกต้อง และ
เหมาะสมก็ยังคงเป็นสิ่งจำเป็น เหมือนรถยนต์ที่ต้องเติมน้ำมันให้เพียงพอกับที่เครื่องยนต์ต้องการ หากแต่ถ้าเติมมากไปน้ำมันก็จะล้นออกมาจากถังน้ำมัน ซึ่งก็เหมือนกับร่างกายมนุษย์เพราะหากได้รับสารอาหารมากหรือน้อยจนเกินไปแล้วก็จะทำให้ระบบต่อมไร้ท่อทำงานผลิตฮอร์โมนเพศอย่างผิดปกติและเสี่ยงทำให้เกิดภาวะไม่สมดุลของเอสโตรเจนไม่ว่าจะมาก (Estrogen Dominance) หรือน้อย (Estrogen Insufficiency) เกินไปนั่นเอง

4. ฮอร์โมนเพศผิดปกติ

ในมนุษย์เพศหญิงวัยผู้ใหญ่ การปล่อยให้ร่างกายเกิดภาวการณ์อักเสบที่
ผิดปกติเป็นเวลานาน ๆ ย่อมส่งผลกระทบลุกลามไปยังการทำงานของระบบต่อมไร้ท่อ ซึ่งอาจเป็นสาเหตุให้เกิดภาวะไม่สมดุลของเอสโตรเจนอีกเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะมาก (Estrogen Dominance) หรือน้อย (Estrogen Insufficiency) เกินไปนั่นเอง

C. ทางแก้ปัญหา

1. ศึกษาวิจัยเพิ่มเติม

ในปัจจุบันการศึกษาวิจัยทางการแพทย์แสดงให้เราเห็นว่า ความผิดปกติของยีนที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของฮอร์โมนเพศหญิงเอสโตรเจนเป็นจำนวนมาก จะก่อให้เกิดความเสี่ยงในการเกิดโรคต่าง ๆ ที่มาเกิดเฉพาะในร่างกายของมนุษย์เพศหญิงมากยิ่งขึ้น อาทิ ความเสี่ยงการเกิดมะเร็งเต้านม เป็นต้น อย่างไรก็ตามเรายังจำเป็นจะต้องทำการศึกษาวิจัยเพิ่มเติมให้มากยิ่งขึ้นก่อนจะสามารถนำมาใช้ในการรักษาจริงในเวชปฏิบัติ

2. ปรับสภาพแวดล้อมระบบลำไส้และทางเดินอาหาร

การทำให้ลูกบ้านอย่างแบคทีเรียในลำไส้สามารถปรองดองกันได้อย่างสงบสุขหรือที่เรียกว่า
อยู่ในสภาวะสมดุลนั้น เราสามารถทำได้โดยการให้สารกลุ่ม Prebiotics และ Probiotics โดย Prebiotics คือสารกลุ่มโพลีแซคคาไรด์ที่ไม่ถูกย่อยในทางเดินอาหาร (Non-digestible polysaccharides) เมื่อเรานำสารดังกล่าวเข้าสู่ร่างกายแล้ว สารประเภทนี้จะเข้าไปปรับสภาพแวดล้อมของระบบลำไส้และทางเดินอาหารของเราให้สวยงามและ เป็นมิตรต่อเหล่าลูกบ้านอย่างแบคทีเรียให้เกิดความสงบสุขและสมานฉันท์กันได้ โดยจะส่งผลต่อไปยังกระบวนการ
เมตาบอลิซึมย่อยสลายสารอาหารและนำไปซ่อมแซมเสริมสร้างร่างกายให้กลับมาแข็งแรง ซึ่งยังจำเป็นอยู่ในเพศหญิงวัยผู้ใหญ่

3. รับประทานอาหารที่มีสารอาหารที่ดีและเหมาะสม

การรับประทานอาหารที่มีสารอาหารที่ดีและเหมาะสมจะช่วยส่งผลให้การสร้างฮอร์โมนที่ดี โดยเฉพาะในช่วงที่ร่างกายเข้าสู่วัยสาวที่ร่างกายของพวกเธอจะมีการเปลี่ยนแปลงระดับฮอร์โมนเพศเป็นอย่างมาก จึงควรให้ร่างกายได้รับอาหารที่ดีอันประกอบไปด้วยเส้นใยและสารอาหารทั้งหลายไม่ว่าจะเป็น DIM (Diindolylmethane) Calcium D-Glucarate Magnesium รวมไปถึง Isoflavones ซึ่งสามารถ
ได้รับสารอาหารดังกล่าวมาได้ง่าย ๆ เพียงเรารับประทานพืชตระกูลถั่วที่มีอยู่ในท้องตลาดทั่วไปในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อให้ร่างกายมีการสร้างฮอร์โมนเพศอย่างเหมาะสมเช่นเดียวกัน

4. เพิ่มสารที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ

การเสริมสร้างทหารแนวหน้าเพื่อคอยปกป้องเซลล์ร่างกายจากโจรผู้ร้ายที่มา
ในรูปอนุมูลอิสระ (Free Radicals) โดยการเพิ่มสารที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants) เข้ามาปกป้องเซลล์ต่าง ๆ ของร่างกายไม่ให้เกิดภาวะเซลล์เสื่อมสภาพก่อนวัยอันควรและการทำงานที่ผิดปกติของฮอร์โมนเพศในร่างกาย
จึงเป็นสิ่งจำเป็นมากสำหรับสาว ๆ ทั้งหลายที่ต้องการคงความอ่อนเยาว์ให้นานที่สุดนั้นเอง ซึ่งสำหรับสาว ๆ ผู้ใหญ่วัยทำงานเองนั้น ย่อมจะมีกำลังทรัพย์เพียงพอที่จะซื้อหาอาหารเสริมบำรุงร่างกายที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants) ซึ่งมีมากมายหลายยี่ห้อให้เลือกซื้อได้ในปัจจุบัน

Antioxidants

(สารต้านอนุมูลอิสระ)

ประเภทของ Antioxidants แบ่งได้เป็น 2 ประเภทหลักๆ คือ

1. Enzymatic antioxidants

ซึ่งทำงานผ่านทางเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องต่างๆมากมายเช่น Superoxidedismutases (SODs), Catalase และ Glutathione system

2. Non Enzymatic antioxidants

เช่น Ascorbic acid หรือ “vitamin C”, Glutathione, Melatonin, Tocopherols and Tocotrienols (Vitamin E) Carotenoids, Flavonoids และ Uric Acid เป็นต้น

ซึ่งเมื่อเราได้รับประทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระเป็นประจำก็จะมีส่วนในการช่วยลดปริมาณอนุมูลอิสระส่วนเกิน ที่จะไปส่งผลเสียในการทำงานโครงสร้างต่างๆ รวมถึง DNA
ของเซลล์เราด้วยนั่นเอง

Back To Top