skip to Main Content

ปัจจัยที่ 2

รูปร่าง สื่อสุขภาพภายใน

สะท้อนการใช้ชีวิตของคุณ

รูปร่าง คือลักษณะภายนอกที่บอกเรื่องราว เล่าวิถีชีวิต ของแต่ละคนได้อย่างชัดเจนและแม่นยำที่สุด ( ข้อมูลจาก National Center for Health Statistics สหรัฐอเมริกา พบว่า 61 %ของผู้ใหญ่ในอเมริกามีปัญหาน้ำหนักเกิน และ 26%อยู่ในระดับอ้วน )

คนทั้งโลกล้วนอยากมีรูปร่างที่ดี สมส่วน แต่มีเพียง ส่วนน้อยเท่านั้นที่ทำได้ และน้อยคนไปอีก ที่จะคงรูปร่างดี ได้อย่างยาวนาน… แล้วอะไรคือปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้ คนเหล่านั้น มีรูปร่างที่ดีอย่างยั่งยืน

BEST OF

YOUR OWN

รูปร่างที่ดีที่สุดในแบบของคุณ

สถาบันวิจัย Durascience แห่งสหรัฐอเมริกา ได้ทำการศึกษา ค้นคว้า วิจัย ถึงหลักการทางวิทยาศาสตร์ ( Scientific Principle ) ที่จะนำไปสู่การมีรูปร่างที่ดีที่สุด สำหรับแต่ละบุคคล ( Best of Your Own ) ซึ่งหลักการนั้น มีชื่อเรียกว่า B.A.M™ ( Body Alteration Matrixes ) หรือองค์ประกอบแห่งการมีรูปร่างที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละบุคคล

B.A.M™ ( Body Alteration Matrixes )
หรือ องค์ประกอบแห่งการมีรูปร่างที่ดีที่สุด
สำหรับแต่ละบุคคล

การมีรูปร่างที่ดี ต้องเริ่มจากภายในสู่ภายนอก สะท้อน
สุขภาพ ส่งผลให้เห็นเป็นรูปร่างที่ดี สมส่วน และคงอยู่อย่าง
ยั่งยืน นอกจากการควบคุมอาหาร และการออกกำลังกาย
แล้ว การออกแบบรูปร่างตัวเองให้สมส่วน ยังต้องมี
องค์ประกอบผสมผสาน เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ตามความ
ต้องการ

6 ปัจจัย

ที่เป็นองค์ประกอบแห่ง B.A.MTM

1.

GENETIC

พันธุกรรม เป็นส่วนสำคัญต่อรูปร่าง ส่งผลต่อความ
อยากอาหาร รวมไปถึงกระบวนการเผาผลาญของร่างกาย
ส่งผลต่อการกระจายตัวของไขมัน 40 – 55% , ส่งผลต่อ
การสะสมของไขมัน 5 – 40% สัดส่วนของพันธุกรรม
ที่ส่งผลต่อการเกิดภาวะไม่สมดุลของรูปร่างนี้ พบได้
ตั้งแต่ 6 – 85% ขึ้นอยู่กับกลุ่มประชากรที่ทำการศึกษา

ตัวอย่างของพันธุกรรมที่ค้นพบ
ว่ามีความสัมพันธ์กับภาวะอ้วน เช่น

พันธุกรรมส่งผลต่อการมีรูปร่างและน้ำหนักที่เหมาะสม
เนื่องจากมีส่วนโดยตรงต่อการดูดซึมอาหาร การเผาผลาญ
อาหาร และกระบวนการสร้างเซลล์ไขมัน ( Adipogenesis ) นั่นเอง

2.

ระบบทางเดินอาหาร

อาหารมีความสัมพันธ์โดยตรงกับรูปร่าง และอวัยวะสำคัญที่มีหน้าที่ดูดซึมอาหารก็คือ ระบบทางเดินอาหารของเรานั่นเอง กระเพาะอาหารเป็นแหล่งเก็บอาหารที่ได้รับเข้าไป รวมถึงการทำให้เรารู้สึกอิ่ม และการทำหน้าที่ที่ผิดปกติ เช่น กระเพาะอาหารบีบตัวไล่อาหารออกจากกระเพาะเร็วขึ้น อาจจะนำไปสู่การได้รับพลังงานจากอาหารมากขึ้นและอ้วนได้ในที่สุด นอกจากนี้ฮอร์โมนที่สร้างจากกระเพาะอาหารก็มีส่วนสำคัญต่อการรู้สึกอิ่มโดย การส่งสัญญาณไปสู่สมอง

3.

สมดุลของแบคทีเรีย

ที่ดีในลำไส้

ในระบบทางเดินอาหารของมนุษย์ มีแบคทีเรียมากกว่า 10 ตัว เป็นจำนวนที่มากกว่า 1,000 ชนิด ซึ่งสมดุลที่เหมาะสม ของแบคทีเรียนี้ จะส่งผลต่อการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน การสร้างพลังงาน และการทำงานภายในลำไส้ของเราเป็นอย่างมาก หากสมดุลของแบคทีเรียในลำไส้ มีความผิดปกติ จะส่งผลให้เกิดภาวะที่เรียกว่าMetabolic Syndrome ซึ่งประกอบไปด้วย ภาวะอ้วนลงพุง ( Abdominal Obesity ) ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูงและภาวะดื้ออินซูลิน ( Insulin Resistance ) โดยภาวะMetabolic Syndrome นี้ เพิ่มความเสี่ยงต่อการป่วยด้วยโรคหลอดเลือดสมองและหลอดเลือดหัวใจอุดตันได้ในที่สุด

4.

METABOLISM

กระบวนการเผาผลาญ ( Metabolism ) ที่ดี ส่งผลเป็นอย่างมากต่อการมีรูปร่างที่ดี สมส่วน ไม่เกิดภาวะอ้วนหรือผอมจนเกินไป ในความเป็นจริงแล้วการเผาผลาญพลังงานของร่างกายเราส่วนใหญ่ ถึง 70 % เกิดขึ้นขณะที่เรานอนหลับหรืออยู่เฉยๆ แต่ในขณะที่เราเคลื่อนไหว หรือออกกำลังกายนั้น เกิดการเผาผลาญพลังงานเพียง 20% และอีก 10% ใช้เพื่อสร้างความอบอุ่นแก่ร่างกายกระบวนการเผาผลาญพลังงานในขณะที่อยู่เฉยๆ ที่ใช้ในการทำงานของอวัยวะต่างๆ นั้นมีชื่อเรียกว่า Basal Metabolic Rate ( BMR )

5.

กระบวนการสร้างเซลล์ไขมัน

( ADIPOGENSIS )

ไขมันที่สะสมตามส่วนต่างๆ ในร่างกายนั้น จะถูกเก็บอยู่ภายในเซลล์ไขมัน
( Adipocyte ) เมื่อร่างกายมีพลังงานที่เหลือจากการใช้งานตามปกติ พลังงานส่วนเกินก็จะถูกเก็บสำรองไว้ภายในเซลล์ไขมันเหล่านี้ เมื่อเซลล์ไขมันสะสมไขมันมากๆเข้า ก็จะมีขนาดที่ใหญ่มากขึ้น ( Hypertrophy ) แต่จำนวนของเซลล์ไขมันโดยปกติจะไม่ได้มีการเพิ่มมากขึ้น ยกเว้นกรณีที่มีการเพิ่มขึ้นของน้ำหนักอย่างรวดเร็ว ก็จะส่งผลให้เกิดการสร้างเซลล์ไขมันขึ้นมาใหม่ ( Hyperplasia or Adipogenesis ) ทำให้เมื่อเกิดภาวะน้ำหนักเกินแล้ว ก็จะทำการลดน้ำหนักลงได้ยากกว่าเดิม

6.

กระบวนการสร้างเซลล์ไขมัน

ภาวะสมดุลของฮอร์โมน

ฮอร์โมนมีส่วนสำคัญอย่างมากต่อความรู้สึกอยากอาหารความรู้สึกอิ่ม การสะสมไขมัน ( Fat Storage ) การกระจายตัวของไขมัน ( Fat Distribution ) รวมไปถึงการสร้างกล้ามเนื้อในส่วนต่างๆ ของ ร่างกาย ฮอร์โมนที่มีส่วนสำคัญต่อกระบวนการเหล่านี้ ได้แก่ ไทรอยด์ฮอร์โมน โกรทฮอร์โมน ( Growth Hormone ) อินซูลิน เลปติน ( Leptin ) Ghrelin ฮอร์โมนเพศ รวมไปถึงฮอร์โมนกลุ่มสเตียรอยด์ เป็นต้น

Back To Top